พร้อมแล้ว เตรียมจัดงาน "บางกอก มอเตอร์โชว์ 2026" เปิดมิติใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

“กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล” ผู้จัดงาน “บางกอก มอเตอร์โชว์ 2026” ประกาศความพร้อมการจัดงาน ตอกย้ำศักยภาพของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในยุคเปลี่ยนผ่าน นี่คือ ปรากฏการณ์ยานยนต์สุดยิ่งใหญ่แห่งปี

บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47” หรือ “บางกอก มอเตอร์โชว์ 2026” ระหว่างวันที่ 25 มี.ค. – 5 เม.ย. 2569 ที่ อาคาร ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1–3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพค เมืองทองธานี ได้จัดงานแถลงข่าวประกาศความพร้อมการจัดงาน ที่ห้องรอยัล จูบิลี่ อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพค เมืองทองธานี

งานในปีนี้มาในธีม “THE ICONIC SYNCHRONICITY” ดิ ไอคอนนิก ซิงโครนิสซิตี้ หรือ “บริบทแห่งการขับเคลื่อนไร้ที่ติ” ที่สะท้อนการผสานนวัตกรรม และดีไซน์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว พร้อมเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจยานยนต์ไทยให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

ไฮไลท์ที่ต้องจับตาในงานปีนี้ ทัพแบรนด์ดังระดับโลก ขนมาจัดเต็ม 45 บริษัท ทั้งรถยนต์ 37 บริษัท และจักรยานยนต์ 8 บริษัท
New Brands Debut (นิว แบรนดส์ เดบิวต์) การเข้าร่วมงานครั้งแรกของแบรนด์น้องใหม่อย่าง CHERY (เชอรี่), LEPAS (เลพาส), FIREFLY (ไฟร์ฟลาย), FORTHING (ฟอร์ธติ้ง) และแบรนด์ระดับโลกอย่าง TESLA (เทสลา)
นวัตกรรมใหม่ เปิดตัวรถรุ่นใหม่ไม่น้อยกว่า 10 รุ่น ครอบคลุมทั้งรถยนต์ไฟฟ้า (EV อีวี) และพลังงานทางเลือก

กิจกรรมสายลุย พบกับการรวมตัวของรถแต่งระดับท็อปกว่า 200 คันในโซน JDM & Custom Culture เจดีเอ็ม แอนด์ คัสตอม คัลเชอร์) และการแข่งจักรยานขาไถ Grand Prix Runbike (กรังด์ปรีซ์ รันไบค์)
โปรแรงแซงทุกดีล แคมเปญ “มอเตอร์โชว์...เปย์” ลุ้นรับ Gift Voucher (กิ๊ฟ วอยเชอร์) รวมมูลค่ากว่า 1.45 ล้านบาท !
นอกจากชมรถสวยๆ แล้ว ยังมีพื้นที่ Test Drive (เทสต์ ไดร์ฟ) ให้ได้ทดลองสมรรถนะกันแบบจุใจ งานนี้เรียกได้ว่าเป็น "แพลตฟอร์ม" ที่เชื่อมโยงอุตสาหกรรมยานยนต์และผู้บริโภคเข้าด้วยกันอย่างแท้จริง

จาตุรนต์ โกมลมิศร์ รองประธานจัดงานฯ กล่าวว่า การจัดงานในปีนี้มุ่งเน้นการเชื่อมโยงผู้ผลิตยานยนต์ เทคโนโลยี และตลาดโลก เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศสู่ เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) และ เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) สอดรับกับทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่กำลังก้าวสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเทคโนโลยีอัจฉริยะอย่างเต็มรูปแบบ
“จากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่าง สหรัฐอเมริกา อิสราเอล และ อิหร่าน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก นี่เป็นปัจจัยภายนอกที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยการบริหารจัดการผลกระทบในภาพรวมจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือและมาตรการที่เหมาะสมจากภาครัฐในระดับนโยบาย”

“อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยยังจำเป็นต้องยกระดับและพัฒนาศักยภาพการผลิต เพื่อรักษาบทบาทการเป็นฐานการผลิตสำคัญของภูมิภาค และการพัฒนาทั้งรถยนต์พลังงานทางเลือกและรถยนต์สันดาปที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัวและความหลากหลายของตลาด”
“ในบริบทดังกล่าว การจัดงานนี้จึงไม่เพียงเป็นเวทีแสดงนวัตกรรมยานยนต์ระดับนานาชาติ หากยังเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างยอดขาย ขับเคลื่อนห่วงโซ่อุตสาหกรรม ส่งเสริมการจ้างงาน การท่องเที่ยว และการหมุนเวียนเม็ดเงินภายในประเทศ”
“งานในปีนี้ มีบริษัทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ตอบรับเข้าร่วมออกบูธแล้ว 45 บริษัท แบ่งเป็น รถยนต์ 37 บริษัท และรถจักรยานยนต์ 8 บริษัท และมีการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ไม่น้อยกว่า 10 รุ่น ครอบคลุมทั้งยานยนต์ไฟฟ้าและพลังงานทางเลือก เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่”
“สำหรับไฮไลต์สำคัญในปีนี้ คือ การเข้าร่วมของกลุ่มแบรนด์ยานยนต์ไฟฟ้ารายใหม่ที่เพิ่งเปิดตลาดในประเทศไทย อาทิ CHERY (เชอรี่), LEPAS (เลพาส), FIREFLY (ไฟร์ฟลาย), FORTHING (ฟอร์ธติ้ง) และ TESLA (เทสลา) ซึ่งเข้าร่วมงานเป็นครั้งแรก สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ผลิตระดับโลกต่อศักยภาพตลาดไทย”
“นอกจากนี้ ทุกบริษัทต่างปรับกลยุทธ์ด้านราคาและนำเสนอเงื่อนไขทางการเงินที่เอื้อต่อการตัดสินใจซื้อ ไม่ว่าจะเป็นราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น แคมเปญส่งเสริมการขาย หรือโปรแกรมผ่อนชำระที่ยืดหยุ่น ส่งผลให้ผู้บริโภคสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ได้ง่ายขึ้น และช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในภาพรวม จากกระแสตอบรับดังกล่าว คาดการณ์ว่า การจัดงานในปีนี้จะสามารถ สร้างรายได้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา”
พีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในช่วงเวลาการจัดงาน งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ยังกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตคอนเทนต์ด้านยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยมีสื่อมวลชน อินฟลูเอนเซอร์ และครีเอเตอร์ เข้ามาลงทะเบียนกว่า 3,000 คน เพื่อรายงานและสร้างคอนเทนต์อย่างต่อเนื่อง ทุกการเปิดตัวรถใหม่ ทุกโปรโมชั่น และทุกไฮไลต์ภายในบูธ ถูกเผยแพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว สร้างการรับรู้ในวงกว้าง”
“ขณะเดียวกัน ผู้เข้าชมงานจำนวนมากไม่ได้มาเพียงเพื่อชมรถเท่านั้น แต่ยังร่วมกันสร้างคอนเทนต์ผ่านการถ่ายภาพและวิดีโอ พร้อมแชร์ประสบการณ์ผ่านโซเชียลมีเดีย ทำให้คอนเทนต์จากภายในงานสามารถขยายการรับรู้ไปสู่ผู้ชมจำนวนมหาศาลภายในเวลาอันสั้น เป็นการสื่อสารแบบ Organic ออร์กานิก ที่มีประสิทธิภาพสูงในยุคดิจิทัล”
“ด้วยเหตุนี้ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ จึงไม่ใช่เพียงพื้นที่จัดแสดงรถยนต์ แต่เป็น “แพลตฟอร์มสื่อขนาดใหญ่” ที่เชื่อมโยงอุตสาหกรรมยานยนต์ สื่อมวลชน ผู้บริโภค และโลกดิจิทัลเข้าด้วยกัน”
“และในเศรษฐกิจยุคปัจจุบัน งานลักษณะนี้ถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างทั้งยอดขาย ความเชื่อมั่น และภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย”
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
