S10207290

S10207290

พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรคพลังประชารัฐ   กล่าวว่า “ตามที่พรรคภูมิใจไทย จะรวมกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน  เช่น  พรรคประชาชน พลังประชารัฐ เป็นธรรม และไทยสร้างไทย ร่วมลงชื่อยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในการปฏิบัติหน้าที่ที่ผ่านมาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 หลังจากเปิดสมัยประชุมสภาครั้งที่ 3 วันที่ 3 กรกฎาคมที่จะถึงนี้   กรณีดังกล่าวนี้ พล.อ. ประวิตร  วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เห็นว่า การกระทำของท่านนายกฯ ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติยศ ศักดิ์ศรี และมีความเสี่ยงต่อการสูญเสียอธิปไตยของประเทศชาติ หมดความชอบธรรมทีีจะบริหารประเทศต่อไปเช่นเดียวกับพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคน  และเห็นด้วยกับพรรคภูมิใจไทยที่จะยื่นญัตติ ไว้วางใจดังกล่าว   เหลืออีก 10 กว่าเสียง พรรคร่วมฝ่ายค้านที่เหลือเห็นด้วยแน่  และเชื่อมั่นว่า  หากประชาขนสามารถลงชื่อไล่นายกฯได้ ปชช.ก็พร้อมลงชื่อด้วยเช่นกัน

สิ่งที่พี่น้องประชาชน คับข้องใจและเคลือบแคลงใจสงสัยการทำงานของท่านนายกฯและรัฐบาลเป็นอย่างยิ่ง  นับตั่งแต่เกิดเหตุความขัดแย้งระหว่างประเทศ  ทาง ทภ.2 เสนอแนะให้ปิดด่าน เพื่อตัดกำลังการส่งสินค้า โดยเฉพาะ น้ำมัน  ซึ่งถือว่าเป็นยุทธปัจจัย  และการปิดด่าน ตัดไฟฟ้า อินเทอร์เน็ทเพื่อตัดกำลังและเส้นทางนักพนันที่เป็นกลุ่มทุนฝ่ายตรงข้าม  แต่ฝ่ายรัฐบาลกลับนิ่งเฉย  ซึ่งสอดคล้องกับบทสนทนาที่ทางนายฮุนเซนฯ นำมาเผยแพร่ ตลอดจน การมองกองทัพภาค 2 และทหารไทยเป็นฝ่ายตรงข้าม  ส่วนตนเองเป็นญาติ(หลานลุง)ฝ่ายเดียวกับนายฮุนเซนฯ และยินยอมทำทุกอย่างตามที่นายฮุนเซนฯต้องการทุกประการ เรื่องนี้  ไม่ต้องแปลความอะไรมากเพราะท่านนายกฯ พูดภาษาไทย คนไทยทั้งประเทศ ได้ยิน  เข้าใจชัดเจน

ขอชื่นชม พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 และพลโท อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 ที่สั่งปิดด่าน ตามแนวพรมแดนไทย-กัมพูชา เพื่อสกัดกั้นภัยคุกคามต่างๆ  และอาชญากรรมคนร้ายข้ามชาติ  ตลอดจนแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์และไฮบริดสแกม ถือว่า เป็นการตัดท่อน้ำเลี้ยงฝ่ายกัมพูชาได้ผลเป็นอย่างดี ช่วยคนไทยไม่ให้ตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์อีกทางหนึ่ง

ในส่วนรัฐบาล มีเพียงลมปาก  ส่วนความสามารถและความจริงใจในการแก้ไขปัญหาแก็งค์คอลเซนเตอร์  ไม่มีเป็นรูปธรรมชัดเจนแต่อย่างใด    หากท่านนายกฯแน่จริง  สั่งให้ ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแบงค์ชาติ  ทำการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินที่ผ่านจากประเทศไทยไปประเทศกัมพูชาในรอบสองปี ที่เพื่อไทยมาเป็นรัฐบาล จะได้เห็นว่ามีเงินโอนออกจากประเทศไทยไปยังประเทศกัมพูชาจำนวนเท่าไหร่  ผ่านช่องทางใดบ้าง  และรัฐบาลมีปัญญาทวงเงินนั้นกลับคืนมาหรือไม่

สังเกตง่ายๆ ธุรกรรมทางการเงิน ทุกรูปแบบที่ผ่านกลุ่มฮวยวัน (Huione Group) ไม่ว่าจะเป็น Huione Pay ,Huione Guarantee ,Huione Crypto ,HuiOne International Payments,

HuiOne Warranty หรือHuiwang Warranty ซึ่งกลุ่มบริษัทฯดังกล่าวถูกสหรัฐอเมริกาขึ้นบัญชีดำในวันที่ 1 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมาในข้อกล่าวหา ฟอกเงินให้กับแก๊งอาชญากรทั่วเอเชีย รวมถึงแฮกเกอร์เกาหลีเหนือ ที่อยู่เบื้องหลังคดีล้วงข้อมูล การแฮก และอาชญากรรมไซเบอร์

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่ม“นายพัด สุภาภา” หรือ “ลี ยง พัด” เจ้าพ่อกาสิโนเกาะกง และสีหนุวิลล์  ภายใต้ LYP Group และTudou Guarantee ซึ่งกลุ่มดังกล่าวรวมทั้ง นาย ตือ ค.ม. ความมีความสนิทสนมกับ คนใกล้ตัวท่านนายกฯทั้งนั้น

จึงไม่แปลกใจเลยว่าการแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศไทยจึงเป็นไปอย่างไม่เอาจริงเอาจังเท่าที่ควร

กรณี ‘เสี่ยวโป’ ที่ถูกจับในข้อหาค้าอาวุธสงคราม และปลอมแปลงเลียนแบบเจ้าหน้าที่ทางการทูตจีนเคยเป็นข่าวใหญ่ในไทย  ก็ยังคงประกอบธุรกิจ เกี่ยวข้องกับทั้ง อาวุธสงคราม, ระบบ Call Center, กาสิโน และการฟอกเงินที่ประเทศกัมพูชาก็มีความสนิทสนมกับคนใกล้ตัวท่านนายกฯด้วยเช่นเดียวกัน“

พล.ต.ท.ปิยะฯ กล่าวว่า ” ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพรรคเพื่อไทยถึงอยากเขี่ย ภท.ออกและได้อยากได้ มท.1  เพราะอยากขับเคลื่อนกาสิโนเสรี  ให้เป็นผล  ดังนั้น  นโยบายปราบแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ จึงเป็นเพียง ปากว่าตาขยิบ ไม่มีผลเป็นรูปธรรมชัดเจน และไม่มีปัญญาติดตามเงินที่ถูกหลอกไปมาคืนผู้เสียหายได้อย่างแน่นอน“

.

 

.

Loading...
artwork-ads-ทุกความเสี่ยงภัย-2022---Banner800x450px


 พื้นที่โฆษณา

536787172603985922r5yr1268469613023

iTopPlus412899417381

494761908475002965194188979767

สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888

[[POS2]]
สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888