ผู้เสียหายร้องตำรวจไซเบอร์ ถูกอดีตทหารเรือเปิดบริษัทประมูลที่พักทิพย์สูญเงินกว่า 3 ล้าน

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 29 พ.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี นายรณณรงค์ แก้วเพชร ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรม พร้อมกลุ่มตัวแทนผู้เสียหายกว่า 20 คน ที่ถูกอดีตนายทหารเรือหลอกให้ประมูลห้องพักจากบริษัทประมูลที่พักชื่อดัง แต่กลับได้พักทิพย์ ไม่ตรงปก นำหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์เจ้าหน้าที่ตํารวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ( สอท. ) เพื่อให้ตรวจสอบเกรงว่าจะมีผู้เสียหายมีทั่วประเทศ รวมถึงติดตามความคืบหน้าทางคดี โดยมี พ.ต.อ.ก้องกฤษฎา กิตติถิระพงษ์ รอง ผบก.ตอท. เป็นตัวแทนรับหนังสือ
นายรณรงค์ กล่าวว่า กลุ่มผู้เสียหายมาในวันนี้เพราะมีอดีตทหานเรือ ผันตัวมาทำประมูลที่พัก ตอนแรกก็ได้พักจริงพอมีคนมาประมูลเยอะขึ้นกลับไม่ได้พัก และไม่ยอมคืนเงิน ความเสียหายตั้งแต่หลัก 1,000 - 100,000 บาท ส่วนใหญ่ผู้เสียหายก็จะเป็นกลุ่มแม่บ้านที่ต้องการพาครอบครัวไปพักผ่อน พอเห็นมีการนำที่พักราคาแพง 17,000-18,000 บาท มาประมูล 2,500 บาท จบประมูลที่ 6,000 บาท ก็ยังถูกกว่าที่ต้องไปซื้อเอง ซึ่งเหยื่อรายแรกๆที่มาร่วมประมูลก็จะได้พักจริง แต่ครั้งหลังๆมากเริ่มมีการเก็บเงินค่าต่างๆนาๆสุดท้ายก็เป็นการเอาเงินของผู้เสียหายไปจ่ายให้กับโรงแรมซึ่งก็ไม่ได้เป็นราคาที่มีส่วนลดใดๆ พอขอคืนเงินกลับเป็นการผ่อนคืนให้ครั้งละหลัก 100 บาท

คุณดารารัตน์ หนึ่งในผู้เสียหายกล่าวว่า ส่วนตัวเสียเงินที่ลงไปหลัก 1,000,000 บาท แต่ตอนนี้ยังเหลือยอดที่ยังค้างในระบบกว่า 800,000 บาท ซึ่งก่อนหน้ารู้จักเพจนี้จากเฟสบุ๊กโดยมีเพื่อนไปประมูลก่อนแล้วมีข้อความเด้งมาหาเรา พอทักไปหาเพื่อนระบุว่าเป็นการประมูลที่พัก ตนเองจึงเข้าไปดูและร่วมประมูลในช่วงมีนาคม 2564 หลักจากนั้นได้เข้าพักที่คอนโดเดอะทรัสต์ ซึ่งเขาอ้างว่าเป็นคอนโดของเขาเอง ซึ่งเราได้มีการไปตรวจสอบปรากฏว่าที่เขามีคอนแท็คไว้มีเพียง 2 แห่ง ส่วนที่อื่นๆเป็นการจอดผ่านแอป Agoda ซึ่งเป็นการจองแบบชำระวันที่เข้าพัก ซึ่งถ้าวันเข้าพักเขาไม่ชำระบุ๊กกิ้งที่มีก็จะหลุดผู้เสียหายก็จะไม่สามารถเข้าพักได้ แต่ถ้าต้องการเข้าพักเราต้องจ่ายเองก่อน แล้วจะได้เงินคืนในวันที่เช็คเอ้า บางรายก็ไม่ได้เงินคืนตามที่ตกลงพอทักไปก็อ้างเหตุผลต่างๆนาๆ ตอนนี้มีผู้เสียหายหลายสิบราย มูลค่าความเสียหายรวมไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท
พ.ต.อ.ก้องกฤษฎา กล่าวว่าเบื้องต้นจะรับเรื่องไปนำเรียนผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาเพื่อดูว่ามีข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงแล้วว่าเป็นความผิดที่ไหนอย่างไรก็จะมอบให้ผู้รับผิดชอบดำเนินการต่อไป ที่ผ่านมาก็คดีเกี่ยวกับการจองห้องพักหลายคดี มีทั้งมีตัวตนอยู่จริงและไม่มีตัวตนอยู่จริง ในส่วนของเคสนี้ก็จะเป็นความผิดเกี่ยวกับฉ้อโกง ซึ่งหาพบว่ามีผู้เสียหายหลายรายก็จะเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
