109

109

“ผบ.ตร.” ยันผู้ต้องหาหลบหนีจาก สภ.เมืองเชียงราย ทั้งที่ยังใส่กุญแจมือ ยังอยู่ในไทย จ่อตั้งกรรมการสอบตำรวจปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง เช็กประวัติผู้ต้องหาเป็น “คนไทย” ไม่ใช่เมียนมา มั่นใจได้ตัว 1-2 วันแน่นอน

จากกรณีที่เมื่อวันที่ 20 ม.ค.ที่ผ่านมา เกิดเหตุผู้ต้องหาชาวเมียนมาในคดีขโมยรถยนต์รายหนึ่งหลบหนีไปจากสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย ขณะถูกคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนพร้อมของกลาง ทั้งที่ยังถูกสวมกุญแจมืออยู่นั้น ล่าสุดเมื่อคืนวานนี้ (21 ม.ค.) เจ้าหน้าที่ได้ปิดล้อมพื้นที่และพบตัวผู้ต้องหาแล้ว แต่ผู้ต้องหาได้หลบหนีเข้าไปในป่านั้น

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้เมื่อวันที่ 22 ม.ค.67 พล.ต.ต.มานพ เสนากุล ผบก.ภ.จว.เชียงราย กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 ม.ค. 67 เวลาประมาณ 18.00 น. ร.ต.ท.นภพล งามเอนก รองสว.(สอบสวน) สภ.เมือง จ.เชียงราย เจ้าของคดีอาญาที่ 86/2567 ได้นำตัว นายจะลอ ไม่ทราบนามสกุล สัญชาติเมียนมา กระทำความผิด ในข้อหา “ช่วยซ่อนเร้นหรือช่วยด้วยประการใดๆ เพื่อให้ต่างด้าวพ้นจากการจับกุม และเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ใน ราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ซึ่งได้รับตัวผู้ต้องหาไว้อยู่ในะหว่างการสอบสวน เวลาประมาณ 18.00 น. ได้เบิกตัวผู้ต้องหาจากห้องขัง เพื่อสอบปากคำ โดยในระหว่างเบิกตัวได้มีประชาชนเข้ามาแจ้งความ จึงได้ปฏิบัติหน้าที่รับแจ้งความและสั่งให้เจ้าหน้าที่สิบเวรนำตัวผู้ต้องหาใส่กุญแจมือและพาตัวไปที่ห้องสอบสวนปากคำและเฝ้าตัวไว้จนกว่าจะรับแจ้งความเสร็จและจะไปสอบปากคำผู้ต้องหา กระทั่งเวลาประมาณ 18.11 น. ได้เดินกลับมาที่ห้องสอบปากคำา ปรากฏว่าไม่พบตัวผู้ต้องหา จึงได้สอบถามเจ้าหน้าที่สิบเวรได้แจ้งว่านำตัวผู้ต้องหาไปที่ห้องสอบปากคำแล้ว แต่ไม่ได้เฝ้าแต่อย่างใด ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่า นายจะลอ ผู้ต้องหา ได้ถูกสวมใส่กุญแจมือไว้ และได้เดินออกมาจากห้องสอบปากคำ จากนั้นได้เดินหลบหนีออกจาก สภ.เมือง จ.เชียงราย

ในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมือง จ.เชียงราย ดำเนินการสืบสวนติดตาม โดยจากการสืบสวนเชิงลึกพบว่า นายจะลอ แท้จริงแล้วเป็นคนไทย ชื่อนายดิษฐ์ จะอื้อ ชาวหมู่ 4 ต.แม่กรณ์ อ.เมือง จ.เชียงราย โดยการตรวจสอบภาพใบหน้าจากระบบทะเบียนราษฎร Bio matrix เมื่อนำข้อมูลจากเฟซบุ๊ก จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม พบว่านายดิษฐ์ เคยถูกจับกุมในข้อหา “ลักทรัพย์ ในเคหะสถาน” ตามคดีที่ 140/60 ของ สภ.แม่ยาว และ ข้อหา “ลักทรัพย์ในเคหะสถานในเวลากลางคืน” ตามคดีที่ 402/57 ของ สภ.พญาเม็งราย

พล.ต.ต.มานพ กล่าวต่อว่า ในคดีนี้เกิดขึ้นจากความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ที่ไม่สื่อสารกันให้ชัดเจนจนทำให้ผู้ต้องหาหลบหนีไปได้ อย่างไรก็ตามจะมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อสืบสวนสอบสวนถึงเหตุการณ์ดังกล่าวเพื่อจะต้องมีการดำเนินการทางวินัย ผิดก็ต้องว่าไปตามผิด ในส่วนของคดี ก็จะต้องติดตามตัวผู้ต้องหาที่หลบหนีไปมาดำเนินคดีให้ได้ คาดว่าจะสามารถจับกุมกลับมาได้ภายใน 1-2 วันนี้

ขณะที่ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการติดตามตัว คาดว่าจะมีความคืบหน้าในวันนี้ โดยยืนยันว่าผู้ต้องหายังอยู่ในประเทศไทย ในพื้นที่เขตอำเภอเมืองเชียงราย และมีโอกาสน้อยที่จะหลบหนีข้ามพรมแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากเหตุเกิดในพื้นที่อำเภอเมือง หากจะหลบหนีต้องใช้เวลาเดินเท้าออกไป

ส่วนกรณีที่มีการปล่อยปละละเลยให้ผู้ต้องหาหลบหนีไปซึ่งหน้านั้น ผบ.ตร. กล่าวว่า ก็จะต้องมีการตั้งกรรมการสอบ ข้อเท็จจริงถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ามีความบกพร่องอย่างไรบ้าง โดยให้เป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชา คงไม่ต้องให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้ดำเนินการ อย่างไรก็ตามกรณีที่ตำรวจปล่อยให้ผู้ต้องหาหนีไปซึ่งหน้าเช่นนี้ก็นับว่ามีความบกพร่องอยู่แล้ว.

 

 

Loading...
artwork-ads-ทุกความเสี่ยงภัย-2022---Banner800x450px


 พื้นที่โฆษณา

536787172603985922r5yr1268469613023

iTopPlus412899417381

494761908475002965194188979767

สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888

[[POS2]]
สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888