ผู้ช่วย ผบ.ตร.เร่งสปีดลุยปราบบุหรี่ไฟฟ้าสนองนโยบาย ตร.

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2567 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ท. นิรันดร เหลื่อมศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร.(ปป.2) เปิดเผยว่าจากข้อสั่ง การของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( รอง ผบ.ตร.ปป. ) ให้วางมาตรการป้องกันปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าของ ตร.โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำหนดมาตรการป้องกันปราบปรามความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า ให้ทุกหน่วยในสังกัดถือปฏิบัติ ตาม วิทยุ ตร. ด่วนที่สุด ที่ 0007.22/2708 ลง 9 ส.ค.67 สรุปรายละเอียด ดังนี้
(1.)ให้สถานีตำรวจทุกแห่ง สืบสวนจับกุมผู้ลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์ส่วนควบในพื้นที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะพื้นที่รอบโรงเรียน สถานศึกษา แหล่งท่องเที่ยว ห้างร้าน ตลาด หรือสถานที่สำคัญ (2.)ให้ บก.ปคบ. และ บช.สอท. สืบสวนจับกุม ผู้กระทำผิดรายใหญ่โดยเฉพาะการจำหน่ายในช่องทางออนไลน์ หรือมีการกระทำความผิดในลักษณะเป็นเครือข่าย/เป็นขบวนการ หรือที่มีสถานทีเก็บหรือโกดังเก็บบุหรี่ไฟฟ้าจำนวนมาก เพื่อตัดวงจรการกระจายสินค้าไปยังร้านค้ารายย่อย
(3.)ให้ทุกสถานีตำรวจทุกแห่ง ประชาสัมพัมพันธ์ถึงความผิด และอันตรายจากการใช้บุหรี่ไฟฟ้า โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติงานด้านชุมชนสัมพันธ์ และ ครูตำรวจ D.A.R.E. เพิ่มหัวข้อ เรื่องความผิดและอันตรายจากการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในการเข้าไปให้ความรู้เข้าไปให้ความรู้แก่ชุมชน โรงเรียนหรือสถานศึกษา โดยให้
(4.)ให้ สถานีตำรวจท่องเที่ยว ประชาสัมพันธ์เรื่องความผิดและโทษของบุหรี่ไฟฟ้าในการปฏิบัติงานทุกครั้งให้นักท่องเที่ยวทราบ และให้ตรวจตราการกระทำผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าบริเวณ
สถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่ หากพบให้ดำเนินการตามกฎหมายโดยเครัด
(5.)รับแจ้งเบาะแสจากประชาชนผ่านสายด่วน 1599 โดยทุกเคสที่มีการร้องเรียนมาสถานีตำรวจพื้นที่ต้องลงไปตรวจสอบ หากพบ ให้ดำเนินการกฎหมาย และรายงานผลการดำเนินการพร้อมภาพถ่ายกลับมาที่ศูนย์ปฏิบัติการของ ตร. โดยมีการตรวจสอบติดตามทุกเคส กรณีตรวจไม่พบในครั้งแรกจะให้มีการลงไปตรวจช้ำ รวมทั้งให้มีตำรวจหน่ายอื่น เช่น บก.ปคบ. ไปตรวจอีกส่วนหนึ่ง
(6.)กำชับผู้บังคับบัญชาทุกระดับ ควบคุมกำกับดูแลการปฏิบัติทั้งในมิติด้านการป้องกันและการปราบปราม รวมทั้งสอดส่องดูแล อย่าให้ข้าราชการตำรวจในสังกัดมีพฤติการณ์เรียกรับ
ผลประโยชน์หรือมีการปฏิบัติที่ส่อไปในทางทุจริตโดยเด็ดขาด และไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าทั้งทางตรงและทางอ้อม

พล.ต.ท. นิรันดร ยังเปิดเผยอีกว่า สำหรับกฎหมายที่กำหนดความผิดและโทษเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้านั้น
(1.)การนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ.2522 ม.20 (ประกอบ ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้บารากู่และบารากูไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าต้องห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2553)- อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับเป็นเงินห้าเท่าของราคาสินค้า หรือทั้งจำทั้งปรับกับให้ริบบุหรี่ไฟฟ้า รวมทั้งสิ่งที่ใช้บรรจุ และพาหนะที่ใช้บรรทุกสินค้าบุหรี่ไฟฟ้า พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 ม.244 นำของเข้ามาในราชอาณาจักร โดยหลีกเลี่ยงข้อจำกัด หรือข้อห้ามอันเกี่ยวกับของนั้น - อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000.บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
(2)การจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า ทั้งที่เป็นหน้าร้าน และออนไลน์ เป็นความผิดตามกฎหมาย 3 ฉบับ คือพ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ม.29/9, 56/4 (ประกอบ คำสั่งคณะกรรมการว่าด้วยความปลอดภัยของสินค้าและบริการ ที่ 24/2567 ลง 8 ก.ค.67 เรื่อง ห้ามผลิตเพื่อขาย ห้ามขายหรือให้บริการสินค้า บารากู่ บารากูไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากูไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า) ห้ามขายสินค้าหรือให้บริการ บุหรี่ไฟฟ้า หรือน้ำยาสำหรับเติมบุหรี่ไฟฟ้า- อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 600,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 ม.246 วรรคหนึ่ง ความผิดฐาน ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ หรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังมิได้ผ่านพิธีศุลกากรโดยถูกต้อง- อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับเป็นเงินสี่เท่าของราคาของ หรือทั้งจำทั้งปรับ(ผตห. สามารถขอทำความตกลงระงับคดีได้ โดยยกของกลางตกเป็นของแผ่นดิน) -พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 กรณีบุหรี่ไฟฟ้าที่มีสารนิโคติน จะถือเป็นผลิตภัณฑ์ยาสูบด้วย ซึ่งจะต้องอยู่ในบังคับของพ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบฯ ได้แก่- ม.26 ห้ามขายเด็กอายุต่ำว่า 20 ปี อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 30,000. บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ- ม.27(2 ) ขายผลิตภัณฑ์ยาสูบผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือนปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ -ม.27 (7 ) เร่ขายผลิตภัณฑ์ยาสูบ อัตราโทษ ปรับไม่เกิน 20,000 บาท/ปรับเป็นพินัย) -ม.29 จำหน่ายในสถานที่ต้องห้าม อัตราโทษ ปรับไม่เกิน 40,000 บาท/ปรับเป็นพินัย - ม.29 จำหน่ายในสถานที่ต้องห้าม อัตราโทษ ปรับไม่เกิน 40,000. บาท/ปรับเป็นพินัย)
(3.)ผู้มีไว้ในครอบครองเพื่อใช้สูบ (ไม่ใช่ผู้นำเข้า/ไม่ใช่ผู้จำหน่าย)
เนื่องจากตัวผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้ากฎหมายไม่ได้กำหนดให้เป็นความผิดในตัวของมันเองการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่ครอบครองเพื่อใช้สูบจึงต้องนำกฎหมายอื่นมาใช้โดยทางอ้อม เช่น บังคับตามความผิดฐานซื้อหรือรับไว้ซึ่งของที่นำเข้ามาโดยยังมิได้ผ่านพิธีศุลกากรตาม พ.ร.บ.ศุลกากรฯม.2446 แทน ซึ่งไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย และมีช่องว่างของกฎหมายที่ ผตห.ใช้ในการต่อสู้คดีหลายประการสำหรับบุหรี่ไฟฟ้าที่มีนิโคติน แม้ว่าจะถือเป็นผลิตภัณฑ์ยาสูบ และบังคับใช้ตามกฎหมาย พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบฯ ได้ ในความผิดฐานผิบในในเขตปลอดบุหรี่ก็ตาม แต่ความผิดเรื่องนี้เป็นความผิดที่มีโทษปรับสถานเดียว ซึ่งเป็นความผิดทางพินัย ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไม่มีอำนาจจับกุมและเปรียบเทียบปรับ แต่เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐในสังกัดกระทรวงสาธาธารณสุขจากประเด็นข้อกฎหมายข้างต้น จะเห็นได้ว่าการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ครอบครองเพื่อใช้สูบทำได้ยาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงมุ่งมุ่งเน้นไปที่การปราบปรามการกระทำความผิดในกลุ่มของผู้ลักลอบนำเข้า และจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสำคัญ
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
