ผัวเมียร้องกองปราบ โดนนายทุนเงินกู้คุกคามจ่ายดอก 30 ล้านฟ้องฉ้อโกง

หนีตาย 7 เดือน! "จ่าคิงส์" พาคู่ผัวเมียร้องกองปราบฯ โดนนายทุนหนี้นอกระบบร้อยละ 9 ต่อเดือน ส่งชายฉกรรจ์ล้อมบ้านข่มขู่แม่-ใส่ร้ายที่ทำงานจนตกงาน แฉชนวนเหตุเป็นคนกลางค้ำยอดกู้ 23 ล้าน โดนเพื่อนเบี้ยวต้องขายบ้าน-ที่ดินส่งดอกอ่วมกว่า 30 ล้านบาท ช้ำใจหนักเจอตลบหลังฟ้องคดี "ฉ้อโกง" หวังส่งเข้าคุก ทั้งที่มีหลักฐานสเตทเม้นท์จ่ายหนี้ครบทุกงวด ศปน.ตร. สั่งเด้งรับส่งฟ้อง บก.ปปป. เอาผิดตำรวจท้องที่ทำคดีเอื้อทุนทมิฬ
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 11 มิถุนายน 2566 ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายธมนันท์ แตงทิม หรือ "จ่าคิงส์ สะพานใหม่" ได้นำตัวผู้เสียหายสองสามีภรรยา ประกอบด้วย น.ส.สมสกุล (นามสมมุติ) อายุ 45 ปี และนายสมชาย (นามสมมุติ) อายุ 44 ปี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนและขอความเป็นธรรม หลังถูกเครือข่ายนายทุนเงินกู้นอกระบบส่งกลุ่มชายฉกรรจ์ข่มขู่คุกคามตามล่าเอาชีวิต และถูกดำเนินคดีกลั่นแกล้งทางกฎหมายอย่างไม่เป็นธรรม
น.ส.สมสกุล ผู้เสียหายเปิดเผยด้วยความอัดอั้นทั้งน้ำตาว่า ย้อนกลับไปเมื่อช่วงเดือนสิงหาคม 2565 ตนได้รู้จักกับนายทุนเงินกู้นอกระบบรายหนึ่งผ่านคำแนะนำของเพื่อนสนิท โดยอีกฝ่ายเสนอปล่อยวงเงินกู้รวมประมาณ 23 ล้านบาท เพื่อให้ตนนำไปปล่อยกู้ต่อในกลุ่มเพื่อนสนิทโดยไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน แลกกับอัตราดอกเบี้ยมหาโหดถึงร้อยละ 8-9 ต่อเดือน ในช่วงแรกการหมุนเงินเป็นไปอย่างปกติ แต่ต่อมากลุ่มเพื่อนที่ร่วมกู้กลับเบี้ยวหนี้หนีหาย ตนในฐานะคนกลางจึงต้องแบกรับผิดชอบหนี้ทั้งหมดเพื่อรักษาคำพูด โดยตัดสินใจขายทรัพย์สินทุกอย่างในชีวิต ทั้งบ้าน ที่ดิน และรถยนต์ เพื่อนำเงินมาโอนจ่ายเป็นค่าดอกเบี้ยสะสมสูงถึง 30 ล้านบาท ซึ่งเกินกว่าเงินต้นที่กู้มาแล้ว
กระทั่งในเดือนตุลาคม 2568 ระบบการเงินเริ่มวิกฤตหนัก หมุนเงินจ่ายแทนไม่ไหวจนเกิดความเครียดจัดถึงขั้นกอดกันร้องไห้ซื้อยาเตรียมไว้คิดสั้นฆ่าตัวตายพร้อมกันทั้งสองคน เมื่อพยายามขอเจรจาขอลดหย่อน แต่นายทุนรายนี้ไม่ยอมรับฟัง และเริ่มส่งแก๊งชายฉกรรจ์ขับรถมาดักรอที่บ้าน เดินสายข่มขู่ลามไปถึงบ้านญาติและบ้านของแม่ตนเอง พร้อมส่งภาพถ่ายของแม่มาขู่กรรโชก ยิ่งไปกว่านั้นยังส่งคนไปร้องเรียนใส่ร้ายป้ายสีที่หน่วยงานที่ตนทำงานอยู่จนปัจจุบันต้องตกงานและไม่สามารถใช้ชีวิตในบ้านตัวเองได้ ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ หนีตายมานานกว่า 7 เดือน
น.ส.สมสกุล เล่าต่อว่า สิ่งที่ช้ำใจที่สุดคือนายทุนสับขาหลอก นำคดีเงินกู้ไปยื่นฟ้องตนในข้อหา "ฉ้อโกง" ทั้งที่เป็นการกู้ยืมเงินไปใช้สอยตามปกติ ไม่มีการชักชวนลงทุนใด ๆ ซึ่งตนมีหลักฐานสัญญาเงินกู้และสเตทเม้นท์การโอนเงินหนี้ให้ทุกเดือนอย่างถูกต้อง การเดินทางมากองปราบฯ วันนี้จึงต้องการขอกำลังดูแลความปลอดภัยของครอบครัว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ป. ได้ประสานส่งตัวผู้เสียหายเข้าพบศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ (ศปน.ตร.) และแนะนำให้แจ้งความต่อ บก.ปปป. เพื่อเอาผิดพนักงานสอบสวนท้องที่ที่ทำคดีกู้เงินเป็นคดีฉ้อโกง โดยส่อเจตนาช่วยเหลือกลุ่มทุนเงินกู้ต่อไป
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
