ผบช.ก. จ่อดำเนินคดีอาญา 5,924 ราย ปมพิรุธคะแนนสอบท้องถิ่น
z-z1366432626550.webp)
"ผบช.ก." กางแนวทางตรวจสอบคดีข้อพิรุธสอบท้องถิ่น เล็งเอาผิดอาญากลุ่มผู้สอบคะแนนผิดปกติกว่า 5,900 ราย หลังกระทรวงมหาดไทยเตรียมเดินหน้ามาตรการปกครองเพิกถอนสิทธิ์ ย้ำผู้ใดให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์อาจพิจารณากันไว้เป็นพยาน พร้อมส่งมือดีช่วย ป.ป.ช. ลากคอตัวการเบื้องหลังดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2569 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เปิดเผยถึงแนวทางการขับเคลื่อนเชิงรุกและความคืบหน้าทางคดีเกี่ยวกับกรณีข้อกังวลเรื่องความไม่โปร่งใสในการจัดสอบแข่งขันบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น โดยระบุว่า บช.ก. ได้รับการประสานงานนโยบายตรงจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานอย่างเด็ดขาดและรอบคอบ
ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการบูรณาการข้อมูลสารสนเทศร่วมกันระหว่างหลายหน่วยงาน ประกอบด้วย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, สำนักงาน ป.ป.ช., สำนักงาน ป.ป.ท. และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน โดย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุว่า ในส่วนของกลุ่มบุคคลที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีพฤติการณ์ส่อไปในทางที่ไม่ถูกต้อง ปัจจุบันทาง บช.ก. มีฐานข้อมูลและอยู่ระหว่างดำเนินการสืบสวนเชิงลึก ซึ่งพบกลุ่มที่มีความเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ภาคใต้และภาคกลาง
สำหรับประเด็นสำคัญกรณีพบรายชื่อผู้เข้าสอบที่มีผลคะแนนผิดปกติจำนวนสูงถึง 5,924 ราย ตามที่นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาชี้แจงข้อมูลข้อเท็จจริงไปก่อนหน้านี้นั้น ผบช.ก. ชี้แจงว่า ปัจจุบันฝ่ายสอบสวนมีฐานข้อมูลเบื้องต้นของกลุ่มดังกล่าวแล้ว แต่ในขั้นตอนการดำเนินคดีทางอาญาอย่างเป็นทางการ จะต้องรอเอกสารและมาตรการทางปกครองจากทางกระทรวงมหาดไทย ที่จะทำการประกาศเพิกถอนสิทธิ์ผู้เข้าสอบกลุ่มนี้อย่างเป็นทางการเสียก่อน
ทั้งนี้ แนวทางการพิจารณาทางกฎหมายกับกลุ่มผู้เข้าสอบทั้ง 5,924 ราย หลังจากมีคำสั่งทางปกครองเพิกถอนสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว อาจมีผู้เข้าสอบบางส่วนที่เลือกเข้าชี้แจงและให้การต่อสำนักงาน ป.ป.ช. โดยตรง ซึ่งหากบุคคลใดให้การเป็นประโยชน์ต่อการขยายผลตัดขบวนการ อาจได้รับการพิจารณากันไว้เป็นพยานในคดี แต่หากบุคคลใดมีพยานหลักฐานมัดตัวแน่นหนาว่ามีพฤติการณ์จงใจสมยอมเข้าร่วมกระบวนการที่มิชอบด้วยกฎหมาย ก็จะต้องถูกดำเนินคดีอาญาในฐานะ “ผู้ถูกกล่าวหา” ตามขั้นตอน
ผบช.ก. กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากผู้เกี่ยวข้องในขบวนการนี้ส่วนใหญ่เกี่ยวพันกับเจ้าหน้าที่รัฐ คดีหลักจึงอยู่ในอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน ป.ป.ช. เป็นหลัก ล่าสุด บช.ก. ได้ส่งข้าราชการตำรวจฝีมือดีเข้าร่วมเป็นผู้ช่วยคณะไต่สวนร่วมอย่างเป็นทางการเพื่อสนับสนุนพยานหลักฐาน โดยคาดว่าภายในช่วงสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ จะมีการสรุปรายงานความคืบหน้าทางคดีในส่วนที่รับผิดชอบทั้งหมด เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
