ผกก.สภ.บ้านเป็ด สั่งย้ายด่วน 4 ตำรวจสายตรวจเซ่นคลิปตบวัยรุ่นเลือดกำเดาไหลริมบึงหนองโคตร พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนวินัยและให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว
z-z918234686701.webp)
พ.ต.อ.ภาคภูมิ เดชะเรืองศิลป์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านเป็ด สั่งย้ายด่วน 4 ตำรวจสายตรวจชุดปฏิบัติการในคืนเกิดเหตุ พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยและให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว หลังปรากฏคลิปฉาวตำรวจตบหน้าวัยรุ่นหนุ่มพนักงานร้านหมอลำริมบึงหนองโคตรจนเลือดกำเดาไหล ด้านผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีแล้ว ขณะที่ “บอสโน๊ต” หรือ นายมานิต ผู้บริหารวงหมอลำอีสานนครศิลป์ ไลฟ์สดจี้ผู้บังคับบัญชาเอาผิดเด็ดขาดหลังเด็กในร้านเพิ่งเลิกงานและกำลังจะเดินทางกลับบ้านแต่ถูกทำร้ายร่างกาย

วันที่ 3 สิงหาคม 2569 ความคืบหน้ากรณีโลกโซเชียลมีเดียและเพจต่าง ๆ ทั่วทั้งจังหวัดขอนแก่น ได้เผยแพร่ภาพและคลิปวิดีโอการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สถานีตำรวจภูธรบ้านเป็ด (สภ.บ้านเป็ด) จังหวัดขอนแก่น ปรากฏภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งใช้ฝ่ามือตบเข้าที่ใบหน้าของวัยรุ่นชายขณะกำลังนั่งคร่อมรถจักรยานยนต์ของตนเองอยู่ บริเวณริมบึงหนองโคตร ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น จนได้รับบาดเจ็บมีเลือดกำเดาไหล ซึ่งในเวลาต่อมาทางต้นสังกัดได้ออกมายอมรับว่าชายเครื่องแบบในคลิปคือตำรวจสายตรวจของ สภ.บ้านเป็ดจริงนั้น

ล่าสุด เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 3 สิงหาคม 2569 พ.ต.อ.ภาคภูมิ เดชะเรืองศิลป์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านเป็ด (ผกก.สภ.บ้านเป็ด) ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าทางคดีว่า ทางผู้เสียหายได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.บ้านเป็ด เพื่อเข้าแจ้งความร้องทุกข์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์และทำการสอบปากคำไว้ในเบื้องต้น เนื่องจากผู้เสียหายยังไม่สามารถระบุตัวตนได้อย่างชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจนายใดที่เป็นผู้ลงมือทำร้ายร่างกาย ทราบเพียงแค่ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทางพนักงานสอบสวนจึงได้ส่งตัวผู้เสียหายไปตรวจร่างกายและพิสูจน์บาดแผลอย่างละเอียดที่โรงพยาบาล และจะมีการนัดหมายให้ผู้เสียหายเข้ามาให้ปากคำเพิ่มเติมอย่างละเอียดอีกครั้งเมื่อร่างกายมีความพร้อม

ผกก.สภ.บ้านเป็ด กล่าวต่อว่า “วันนี้ได้ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมี พ.ต.ท.ชนธรรม นิลทมร รอง ผกก.(สส.) สภ.บ้านเป็ด เป็นประธานคณะกรรมการ กำหนดระยะเวลาสรุปสำนวนการตรวจสอบไม่เกิน 15 วัน ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายที่ปฏิบัติหน้าที่ในคืนเกิดเหตุได้ถูกเรียกมาพูดคุย พร้อมให้หยุดปฏิบัติหน้าที่สายตรวจเป็นการชั่วคราว และมอบหมายให้ช่วยงานด้านอื่นภายในโรงพักไปก่อน จนกว่าการตรวจสอบจะแล้วเสร็จ”

จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเบื้องต้นพบว่า ผู้เสียหายเป็นหนึ่งในกลุ่มบุคคลที่อยู่บริเวณจุดเกิดเหตุมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่สามารถระบุระยะเวลาที่แน่ชัดได้ รวมถึงยังต้องตรวจสอบให้แน่ชัดว่ากลุ่มดังกล่าวมีการส่งเสียงดังสร้างความเดือดร้อนหรือไม่ เนื่องจากในคืนเกิดเหตุมีชาวบ้านที่พักอาศัยอยู่บริเวณรอบบึงหนองโคตรได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ามีกลุ่มวัยรุ่นรวมตัวมั่วสุมดื่มสุราส่งเสียงดัง ทางเจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบทุกกลุ่มที่อยู่บริเวณโดยรอบ
ในส่วนของการเยียวยาผู้เสียหาย พ.ต.อ.ภาคภูมิ ระบุว่า ได้มอบหมายให้ทางหัวหน้างานป้องกันปราบปรามเข้าไปพูดคุยและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมแล้ว โดยจะนัดหมายพูดคุยเจรจากันอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ พร้อมกันนี้ หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ทางสถานีตำรวจได้กำชับมาตรการป้องกันและกำหนดแนวทางปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจอย่างเคร่งครัด โดยต่อไปในการเข้าตรวจสอบทุกครั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายจะต้องเปิดกล้องบันทึกภาพประจำตัว พร้อมกำชับเรื่องการใช้ยุทธวิธีในการปฏิบัติหน้าที่ให้เหมาะสม
หากมีการดำเนินการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องบันทึกภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวไว้เป็นพยานหลักฐานทุกครั้ง และต้องแสดงความบริสุทธิ์ใจโดยการแจ้งให้ผู้ถูกตรวจค้นได้รับทราบว่ากำลังมีการบันทึกภาพอยู่ ในกรณีที่ยังไม่พบการกระทำความผิดซึ่งหน้า เจ้าหน้าที่จะใช้แนวทางขอความร่วมมือให้กลุ่มบุคคลดังกล่าวแยกย้ายเดินทางกลับบ้าน หากอยู่ในช่วงเวลาดึก แต่หากตรวจสอบพบการกระทำความผิดชัดเจน เช่น การลักลอบดื่มสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่สาธารณะ ซึ่งทางเทศบาลได้ประกาศกำหนดให้เป็นสวนสาธารณะ และเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ หากตรวจสอบพบว่ารถจักรยานยนต์ที่นำมาขับขี่มีความผิดปกติหรือฝ่าฝืนกฎจราจร ก็จะทำการตรวจยึดและดำเนินคดีทุกราย
ในส่วนของกระแสสังคม ทางด้าน นายมานิต หรือ “บอสโน๊ต” ผู้บริหารวงหมอลำอีสานนครศิลป์ และเจ้าของธุรกิจชื่อดังในจังหวัดขอนแก่น ได้ออกมาไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัววิพากษ์วิจารณ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ที่ตำรวจ สภ.บ้านเป็ด ทำร้ายร่างกายพนักงานในร้านด้วยการตบหน้าจนเลือดกำเดาไหลถึงสองครั้ง พร้อมทั้งตั้งคำถามถึงความเหมาะสมว่า การเป็นเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ไม่สมควรใช้ความรุนแรงตบเด็กจนเลือดกำเดาไหลเช่นนี้
บอสโน๊ต ยังระบุในไลฟ์สดอีกว่า พนักงานหนุ่มที่ได้รับบาดเจ็บไม่ได้เดินทางไปมั่วสุมในคืนเกิดเหตุแต่อย่างใด เนื่องจากเพิ่งเลิกงานจากร้านแล้วเดินทางไปหาเพื่อน และเพิ่งไปถึงจุดเกิดเหตุได้ไม่นานก็เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น จากการสอบถามเล่าว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาไล่ให้ทุกคนกลับบ้านเพราะดึกแล้ว ซึ่งพนักงานคนดังกล่าวก็ขานรับและเตรียมตัวจะแยกย้าย พร้อมทั้งบอกเจ้าหน้าที่ว่ากำลังจะเดินทางกลับบ้านเพราะเพิ่งมาถึง แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับพูดจาเสียงแข็งกลับมาว่า “มึงกวนตีนกูหรอ” ก่อนจะใช้มือตบเข้าที่ใบหน้าหนึ่งครั้งตามภาพในคลิปวิดีโอ ทำให้ผู้เสียหายเกิดอาการมึนงง และถูกตบซ้ำเป็นครั้งที่สองจนมีเลือดกำเดาไหลออกมา ซึ่งจังหวะที่สองนั้นคลิปได้ถูกตัดไปก่อน พร้อมกันนี้ ทางด้านบอสโน๊ตได้ฝากให้พี่ ๆ เอฟซีและผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ช่วยกันแชร์เรื่องราวดังกล่าวออกไป เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดรับทราบและดำเนินการทางวินัยและกฎหมายอย่างจริงจัง

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจบริเวณจุดเกิดเหตุ ซึ่งพบว่าเป็นสวนสาธารณะในความดูแลของเทศบาลเมืองบ้านเป็ด โดยมีการติดตั้งป้ายประกาศข้อห้ามร่วมกันกับ สภ.บ้านเป็ด ระบุข้อความชัดเจนว่า “ห้ามดื่มแอลกอฮอล์ - ขับขี่รถเสียงดัง - นั่งมั่วสุม - เสพสารเสพติด ฝ่าฝืนมีโทษทั้งจำทั้งปรับ” โดยสภาพแวดล้อมโดยรอบบริเวณจุดเกิดเหตุพบร่องรอยการตั้งวงสังสรรค์ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และมีเศษขยะเศษอาหารตกเรี่ยราดอยู่ตามพื้น
จากการสอบถามชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง ให้ข้อมูลว่า จุดดังกล่าวมักจะมีกลุ่มวัยรุ่นมารวมตัวนั่งมั่วสุมกันเป็นประจำ ซึ่งที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมักจะเข้ามาปราบปรามและจับกุมอยู่ตลอดเวลาแต่ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาให้หมดไปได้ แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กำลังทำร้ายร่างกายกลุ่มวัยรุ่นในลักษณะดังกล่าวนั้น ทางชาวบ้านยืนยันว่าไม่เคยพบเห็นเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
