ป้าป่วยวูบส่ง รพ.บ้านค่าย สร้อยทองพร้อมพระหลวงปู่ทิมนับล้านหายลึกลับ
z-z98978526842.webp)
ป้าเกิดวูบล้มหมดสติคาครัว ลุงวัย 87 ปีรีบโทร 1669 ส่งโรงพยาบาลบ้านค่าย สุดท้ายพยาบาลคืนให้แค่แหวนวงเดียว ส่วนสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท พ่วง "พระเลี่ยมทองหลวงปู่ทิมชื่อดังระยอง 4 องค์" มูลค่านับล้านล่องหนหายแวบ ญาติลั่นค้นบ้าน 3 วันชัวร์ไม่ตกหล่น กังขาทีมส่งตัวในรถตู้ทึบม่านกั้น เตรียมหอบหลักฐานขึ้นโรงพักแจ้งความบี้หาตัวไอ้โม่ง
เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 มีรายงานข่าวเด่นประเด็นร้อนที่ทำเอาญาติและคนในจังหวัดระยองต่างพากันกังขาหนักมาก หลังเกิดเหตุทรัพย์สินล้ำค่าทางจิตใจของคนชราล่องหนหายไปอย่างไร้ร่องรอยในระหว่างกระบวนการส่งตัวผู้ป่วยฉุกเฉินไปโรงพยาบาล

โดย นายสุเมธ วิภูษณะพันธ์ อายุ 87 ปี อยู่บ้านเลขที่ 75/2 หมู่ 4 ตำบลชากบก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ได้เปิดเผยรายละเอียดระทึกว่า ก่อนเกิดเหตุ "ป้าเอี้ยม" ภรรยาของตนซึ่งนอนป่วยด้วยโรคคนชรา ได้เกิดอาการวูบหมดสติไปในหลังครัวขณะรับประทานอาหาร ตนอยู่บ้านกันเพียง 2 คนตายาย จึงรีบแจ้งไปยังน้องชาย คือ นายวิชิต เหมะชยางกูร อดีตกำนันตำบลชากบก เพื่อให้ช่วยประสานระบบสายด่วน 1669 นำรถพยาบาลมารับตัวด่วน

ต่อมามีเจ้าหน้าที่กู้ภัยเดินทางมาถึงบ้าน 3 คน เพื่อทำระบบปฐมพยาบาลเบื้องต้น แต่เนื่องจากป้าเอี้ยมยังคงไม่ได้สติ รถพยาบาล 1669 ของโรงพยาบาลบ้านค่ายจึงบึ่งตามเข้ามารับช่วงต่อ โดยมีน้องสะใภ้รีบกระโดดขึ้นไปนั่งหน้ารถเพื่อเดินทางไปด้วยกัน ทว่าโครงสร้างภายในรถมีผ้าม่านกั้นปิดทึบแยกส่วนระเบียบหลังบ้าน ทำให้คนนั่งหน้าไม่สามารถมองเห็นพฤติกรรมหรือความเคลื่อนไหวบริเวณเบาะหลังที่มีป้าเอี้ยมนอนอยู่กับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลอีก 2 ท่านได้เลย
เมื่อไปถึงที่หมาย พยาบาลได้นำตัวป้าเอี้ยมเข้าห้องฉุกเฉินทันที ก่อนจะเดินนำแหวนมาคืนให้ญาติเพียง 1 วงเท่านั้น หลังจากนั้นลุงสุเมธและหลาน ๆ ได้ตรวจสอบระบบทรัพย์สินของคนป่วยก็ต้องหน้าถอดสี ช็อกซ้ำสองเมื่อพบว่า "สร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท" และ "พระเลี่ยมทองหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ แท้ปี 2517 จำนวน 4 องค์" ซึ่งเป็นของเก่าเก็บมูลค่าซื้อขายในตลาดพระเครื่องสูงหลายล้านบาทได้ปลิวหายไปกับสายลม จึงไปสอบถามพยาบาลแต่ได้รับคำตอบว่าเจ้าหน้าที่เวรเปลส่งมอบทรัพย์สินมาให้แค่วงแหวนวงเดียวเท่านั้น ส่วนตัวรถตู้พยาบาลคันดังกล่าวญาติเช็กแล้วพบว่าไม่มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดด้วย
ลุงสุเมธยืนยันหนักแน่นด้วยน้ำตานองหน้าว่า ภรรยารักพระชุดนี้มากเพราะเคยมีประสบการณ์แคล้วคลาดถูกทำร้ายร่างกายแต่รอดมาได้ จึงใส่ติดคอไม่เคยถอดแม้กระทั่งอาบน้ำ และในบ้านก็อยู่กันสองคนไม่มีคนนอก ด้านอดีตกำนันวิชิต เผยว่าครอบครัวตนมีฐานะดี มั่นใจในตัวญาติพี่น้องทุกคนร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะเป็นคนให้พระชุดนี้กับพี่สะใภ้เองกับมือ จึงไม่ระแวงกันเองแน่นอน แต่ติดใจกระบวนการขนส่งที่มีพยานเห็นว่ามีเจ้าหน้าที่เวรเปลหญิง 2 คนดูแลคนไข้อยู่ด้านหลังรถม่านกั้นจนถึงโรงพยาบาล ขณะนี้ลุงสุเมธมีอาการซึมเศร้าตรอมใจหนัก ส่วนป้าเอี้ยมอาการยังน่าเป็นห่วงถูกย้ายตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลระยองแล้ว โดยญาติพี่น้องเตรียมพากันหอบหลักฐานเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บ้านค่าย บ่ายวันพรุ่งนี้ เพื่อให้ตำรวจล่าตัวคนจิ๊กพระหรูไปลงโทษตามกฎหมายให้ถึงที่สุด
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
