ปอศ. ทลายนอมินีทุนจีนฮุบธุรกิจมะพร้าวไทย ทำราคาร่วง-ส่งกำไรกลับประเทศ

ปอศ. เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายล้งมะพร้าวนอมินีจีน กินรวบวงจรเกษตรไทย กดราคารับซื้อสวนทางตลาดโลก
[ราชบุรี/สมุทรสาคร – 10 มีนาคม 2569] พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. และนายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการปูพรมตรวจค้นเป้าหมายรวม 8 จุด ในพื้นที่จังหวัดราชบุรีและสมุทรสาคร เพื่อทลายเครือข่ายทุนต่างชาติสวมสิทธิ์คนไทยเข้าครอบงำธุรกิจเกษตรสงวน บิดเบือนราคารับซื้อจนส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพราคามะพร้าวน้ำหอมทั่วประเทศ
จากการสืบสวนพบว่าปฏิบัติการครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นจากการลงพื้นที่ตรวจสอบสาเหตุของปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำ ซึ่งสร้างความเดือดร้อนอย่างหนักให้กับเกษตรกรในพื้นที่ จ.ราชบุรี แม้ความต้องการบริโภคในตลาดต่างประเทศจะยังคงสูงอยู่ก็ตาม จากการวิเคราะห์ข้อมูลทะเบียนบริษัทและงบการเงิน พบพฤติการณ์ของกลุ่มทุนต่างชาติที่ใช้ชื่อคนไทยเป็นตัวแทนถือหุ้น (Nominee) ในสัดส่วนร้อยละ 51 เพื่อหลีกเลี่ยงพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจเกษตรกรรมและการค้าผลิตผลทางการเกษตรพื้นเมืองที่สงวนไว้สำหรับคนไทย

ผลการตรวจค้นพบว่ามีบริษัทจำนวน 6 แห่ง จากทั้งหมด 8 แห่ง มีพฤติการณ์เข้าข่ายกระทำความผิดชัดเจน โดยมีการใช้พนักงานระดับปฏิบัติการ พนักงานบัญชี หรือบุคคลทั่วไปมาเป็นหุ่นเชิดถือหุ้นบังหน้า โดยไม่มีอำนาจตัดสินใจหรือได้รับส่วนแบ่งกำไรจริง เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดหลักฐานสำคัญเป็นเอกสารการเดินบัญชีและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีข้อมูลการติดต่อผ่านแอปพลิเคชัน LINE และ WhatsApp ซึ่งระบุชัดเจนว่ามีการสั่งการตรงจากบุคคลในประเทศจีน ทั้งเรื่องการกำหนดราคารับซื้อและการจัดการโลจิสติกส์ทั้งหมด
นอกจากนี้ยังพบแผนประทุษกรรมที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อกลไกตลาดมะพร้าวไทย โดยกลุ่มทุนเหล่านี้ได้ขยายอิทธิพลเข้าครอบงำห่วงโซ่อุปทานอย่างเบ็ดเสร็จ ตั้งแต่การทำสัญญาเช่าที่ดินเพื่อทำสวนเอง การจัดตั้งล้งอำพรางเพื่อรวบรวมและแปรรูป ไปจนถึงการส่งออกไปยังเครือข่ายของตนเองในต่างประเทศ พฤติการณ์ดังกล่าวทำให้กลุ่มทุนมีอำนาจผูกขาดและกดราคารับซื้อหน้าสวนเหลือเพียงลูกละ 2-5 บาท ขณะที่นำไปจำหน่ายในต่างประเทศได้สูงถึงลูกละ 35-50 บาท ส่วนต่างกำไรมหาศาลจะถูกโอนกลับไปยังต่างประเทศโดยตรง อีกทั้งยังพบการรายงานผลประกอบการเป็นตัวเลขขาดทุนมาโดยตลอดเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี ทั้งที่รายได้จริงเพิ่มสูงขึ้น
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีกับนิติบุคคล 6 ราย พร้อมผู้เกี่ยวข้องสัญชาติไทย 10 ราย และชาวต่างชาติ 7 ราย ในความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว และเตรียมขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินและการเสียภาษีเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป ซึ่งปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นการปกป้องอาชีพสงวนของคนไทยและรักษาระถียรภาพทางเศรษฐกิจฐานรากของประเทศอย่างเร่งด่วน
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
