11
11

มติ ครม. เห็นชอบอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงฯ ดีด “นกปรอดหัวโขน” หรือ “นกกรงหัวจุก” พ้นบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองแล้ว หวังลดอุปสรรคข้อกฎหมาย หนุนประชาชนเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ได้อย่างเสรี หวังสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและรายได้ให้พี่น้องเกษตรกร พร้อมส่งเสริมสืบสานซอฟต์พาวเวอร์ วัฒนธรรมแข่งเสียงร้องในพื้นที่ภาคใต้ ด้านกรมอุทยานฯ กางแผนเข้ม ตั้งการ์ดสูงคุมประชากรนกในธรรมชาติ หากสุ่มเสี่ยงสูญพันธุ์พร้อมดึงกลับเข้าบัญชีทันที!

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม. มีมติอนุมัติหลักการ ร่างกฎกระทรวงกำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอ

โดยสาระสำคัญของการปรับเปลี่ยนข้อบังคับทางกฎหมายในครั้งนี้ คือการยกเลิกการกำหนดให้ “นกปรอดหัวโขน” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “นกกรงหัวจุก” ออกจากการเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนสามารถนำไปเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์ได้อย่างเสรี สอดคล้องกับบริบททางเศรษฐกิจและสภาพการณ์ในปัจจุบัน ทั้งยังเป็นการผลักดันให้เกิดการพัฒนาเป็นสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่สร้างรายได้ให้แก่พี่น้องประชาชนอย่างยั่งยืน

น.ส.ลลิดา เปิดเผยรายละเอียดว่า ในอดีตที่ผ่านมา นกปรอดหัวโขนหรือนกกรงหัวจุก ถูกจัดอยู่ในบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองที่มิใช่สัตว์น้ำ จำพวกนก ลำดับที่ 576 ซึ่งส่งผลให้ผู้ที่ต้องการครอบครอง ผู้ประกอบการเพาะพันธุ์ ตลอดจนผู้ค้าขาย ต้องผ่านขั้นตอนกระบวนการขออนุญาตตามกฎหมายอย่างซับซ้อน รวมถึงต้องมีคุณสมบัติและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่เคร่งครัด จนกลายเป็นอุปสรรคและข้อจำกัดสำคัญต่อการพัฒนาเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ในเชิงพาณิชย์และวงกว้าง

การปรับสถานภาพทางกฎหมายในครั้งนี้ จึงมีเป้าหมายหลักในการเปิดโอกาสให้ประชาชนและกลุ่มผู้เลี้ยง สามารถเพาะพันธุ์นกปรอดหัวโขนได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มจำนวนประชากรนกจากการเพาะเลี้ยงในกรงเลี้ยงเพื่อทดแทนการลักลอบจับหรือล่าจากธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปต่อยอดเชิงธุรกิจ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และสนับสนุนการสืบสานวิถีชีวิตชุมชน ตลอดจนวัฒนธรรมการเลี้ยงนกเพื่อแข่งขันเสียงร้อง ซึ่งถือเป็นอัตลักษณ์และซอฟต์พาวเวอร์สำคัญในพื้นที่ภาคใต้ของไทย

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ได้มีมติเห็นชอบให้ถอดนกปรอดหัวโขนออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม ได้มีการมอบหมายให้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จัดตั้งระบบติดตามประชากรและสถิตินกในป่าธรรมชาติอย่างใกล้ชิด หากในอนาคตพบสัญญาณวิกฤตว่าประชากรนกในธรรมชาติลดจำนวนลงอย่างมีนัยสำคัญ หรือสุ่มเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ จะต้องนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาเพื่อเสนอกระทรวง ทส. กำหนดให้นกชนิดนี้กลับเข้าสู่บัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองตามเดิมทันที

นอกจากนี้ กระทรวง ทส. ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกฎกระทรวงดังกล่าวผ่านระบบกลางทางกฎหมายและเว็บไซต์ของกรมอุทยานฯ ในช่วงระหว่างวันที่ 11–25 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งผลปรากฏว่าประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่วนใหญ่ให้ความเห็นชอบ และเห็นพ้องตรงกันว่าเป็นแนวทางที่ดีที่จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและกระจายรายได้สู่ชุมชน

“การปรับสถานภาพนกปรอดหัวโขนในครั้งนี้ เป็นการสร้างสมดุลอย่างเหมาะสมระหว่างการส่งเสริมอาชีพ เศรษฐกิจชุมชน และการอนุรักษ์ธรรมชาติ โดยรัฐบาลจะสนับสนุนการเพาะเลี้ยงอย่างรับผิดชอบ ควบคู่ไปกับการติดตามประชากรนกในธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศ และสกัดกั้นไม่ให้เกิดการจับนกจากธรรมชาติเพิ่มขึ้นอย่างเด็ดขาด” น.ส.ลลิดา กล่าวสรุป

Loading...
artwork-ads-ทุกความเสี่ยงภัย-2022---Banner800x450px


 พื้นที่โฆษณา

536787172603985922r5yr1268469613023

iTopPlus412899417381

494761908475002965194188979767

สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888

[[POS2]]
สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888