ปคบ. รวบตัวการบัญชีม้า! เปิดห้องกักตัวเจ้าของบัญชี-ตระเวนกดเงินสดส่งนายทุน

เจาะลึกยุทธการปูพรมประชาชื่น: ปคบ. ทลาย "เซฟเฮาส์บัญชีม้า" เครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ
ปฏิบัติการตัดวงจรอาชญากรรมทางเทคโนโลยีครั้งสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ. ที่สั่งการให้ชุดสืบสวนกางแผนเข้าตะครุบตัว นายธนบดี อายุ 31 ปี และ น.ส.นงนภัส อายุ 33 ปี คู่รักแสบที่ผันตัวมาเป็นฟันเฟืองสำคัญให้กับกลุ่มทุนจีนสีเทา การจับกุมครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการรวบตัวผู้ต้องหาทั่วไป แต่เป็นการเปิดโปงพฤติการณ์สุดแยบยลที่ใช้ห้องพักย่านประชาชื่นเป็น "ฐานกักตัว" เพื่อควบคุมการโอนเงินออกจากบัญชีม้าแบบเบ็ดเสร็จ

ต้นตอของคดีเริ่มขึ้นเมื่อชุดสืบสวน กก.1 บก.ปคบ. ได้รับเบาะแสถึงขบวนการจัดหาบัญชีธนาคารที่มีพฤติกรรมแปลกประหลาด โดยใช้วิธีเช่าห้องพักรายวันกักตัวเจ้าของบัญชีไว้เพื่อป้องกันการเชิดเงินหนี ตำรวจจึงวางแผนส่งสายลับแฝงตัวเข้าไปเสนอตัวเปิดบัญชีม้า จนพบความจริงที่น่าตกใจว่า ทันทีที่สายลับตกลงขายบัญชี น.ส.นงนภัส จะทำหน้าที่ "คุมเข้ม" อยู่ในห้องพักเพื่อคอยตรวจสอบยอดเงินที่ถูกโอนเข้ามาจากเหยื่อที่ถูกแก๊งสแกรมเมอร์หลอกลวง พร้อมทั้งบังคับเอาข้อมูลรหัสแอปพลิเคชันธนาคารและรหัสถอนเงินสดแบบไม่ใช้บัตร (Cardless ATM) ทั้งหมด เพื่อความสะดวกในการโยกย้ายเงินในพริบตา
ในขณะที่ฝ่ายหญิงคอยเฝ้าเหยื่ออยู่ในห้อง นายธนบดีจะรับหน้าที่เป็น "มือเท้า" ออกตระเวนไปยังตู้เอทีเอ็มตามจุดต่าง ๆ เพื่อกดเงินสดออกมาตามคำสั่งจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือ โดยมีแรงจูงใจเป็นค่าส่วนแบ่งที่สูงถึง 10 เปอร์เซ็นต์จากยอดเงินที่กดได้ทั้งหมด ส่วนเจ้าของบัญชีม้าจะถูกหลอกล่อด้วย "ค่าจ้างรายวัน" ตามความเคลื่อนไหวของเงิน หากถอนได้หลักหมื่นจะได้ค่าจ้างเพียงพันเศษ แต่หากมียอดเงินสะพัดถึงหลักแสนบาท ค่าจ้างจะขยับขึ้นไปถึง 6,000 บาท ซึ่งถือเป็นวงจรที่ล่อตาล่อใจกลุ่มคนว่างงานและผู้มีรายได้น้อยให้ยอมเอาตัวเข้าแลกกับความผิดฐานบัญชีม้าขายชาติ

ความจนมุมของขบวนการนี้เกิดขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่วางกำลังสะกดรอยตามนายธนบดีขณะกำลังทำรายการฝากเงินสดคืนให้แก่ "นายพระ" นายทุนชาวจีนผ่านตู้รับฝากเงินย่านประชาชื่น เจ้าหน้าที่จึงเข้าแสดงตัวจับกุมพร้อมเงินสดคามือ ก่อนจะขยายผลเข้าตรวจค้นห้องพักซอยประชาชื่น 12 แยก 2 ซึ่งนอกจากจะพบ น.ส.นงนภัส และสายลับที่ถูกกักตัวอยู่แล้ว ยังพบหลักฐานสำคัญเป็นสลิปโอนเงินจำนวนมาก พร้อมด้วยยาไอซ์และอุปกรณ์การเสพ ซึ่งตอกย้ำถึงความเสื่อมโทรมของเครือข่ายนี้ที่เกี่ยวพันกับอบายมุขครบวงจร
แม้ในชั้นสอบสวน น.ส.นงนภัส จะยังคงให้การปฏิเสธในทุกข้อหา แต่จากหลักฐานมัดตัวที่แน่นหนาทั้งการแฝงตัวของเจ้าหน้าที่และเส้นทางการเงิน ทำให้ตำรวจมั่นใจในพยานหลักฐานที่จะดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันเป็นธุระจัดหาบัญชีม้าเพื่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวมถึงคดียาเสพติด โดยขณะนี้ผู้ต้องหาทั้งสองถูกนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.เตาปูน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งขยายผลเพื่อลากตัว "นายพระ" นายทุนใหญ่และเครือข่ายสแกรมเมอร์ต้นทางมาลงโทษให้สิ้นซาก เพื่อปิดฉากวงจรทำนาบนหลังคนของแก๊งฟอกเงินกลุ่มนี้อย่างถาวร
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
