บอร์ด"โอลิมปิคไทย"สุดฟิตประชุมบุคลากรสานนโยบาย"บิ๊กเอ"ทำงานเชิงรุก

ผู้บริหารคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ยุคประธานคนใหม่ "บิ๊กเอ" ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ที่เพิ่งได้รับการโหวตไปเมื่ออังคาร 25 มี.ค. เดินหน้าทำงานกันทันที งานนี้ ธนา ไชยประสิทธิ์ รองประธานและเลขาธิการ พร้อมด้วย ศ.พิเศษ เจริญ วรรธนะสิน รองประธานฯ เรียกประชุมบุคลากร เพื่อซักซ้อมความเข้าใจในกรอบการทำงาน ย้ำต้องปรับปรุงจุดด้อยที่เคยทำกันมาให้ดีขึ้น และทำสิ่งที่ดีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้นไป
ธนา ไชยประสิทธิ์ รองประธานและเลขาธิการ คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า ตนพร้อมด้วย ศ.พิเศษ เจริญ วรรธนะสิน รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ, รศ.ดร.สุพิตร สมาหิโต รองประธานฯ และ พล.ร.อ.อภิวัฒน์ ศรีวรรธนะ เหรัญญิก ได้จัดให้มีการประชุมมอบนโยบายและรับฟังความคิดเห็นจากบุคลากรของหน่วยงาน คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อให้การทำงานเกิดความต่อเนื่อง พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็น อุปสรรคและปัญหา ตลอดจนข้อเสนอและแนวทางการทำงานจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่าง ๆ ภายหลังจาก มีการประชุมสมัชชาใหญ่สามัญประจำปี 2567 คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ ที่ทำการของคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ เมื่อวันอังคารที่ 25 มีนาคม ที่ผ่านมา และมีแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ ภายใต้ ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประะเทศไทยฯ มีวาระการบริหารงาน 2568-2572

ทั้งนี้นโยบายของ ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานโอลิมปิคไทยคนใหม่ มีนโยบายการทำงานในเชิงรุก ดังนั้นโอลิมปิคไทยยุคใหม่ จะต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิบัติงานภายในโอลิมปิคไทย ที่จะต้องอาศัยบุคลากร ที่มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ ความสามารถและประสบการณ์การทำงานทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งต้องกำหนดแนวทางการทำงาน ปรับปรุงจุดด้อยที่เคยทำกันมาให้ดีขึ้น และทำสิ่งที่ดีอยู่แล้วให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป นอกจากนี้ยังจะหาแนวทางใหม่มาส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนาการองค์กร รวมทั้งวงการกีฬาของชาติด้วย
ศ.พิเศษ เจริญ วรรธนะสิน รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ฯ กล่าวว่า การสร้างปฏิสัมพันธ์กับองค์กรกีฬาต่าง ๆ ทั้ง การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.), กรมพลศึกษา, มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ (มกช.), สมาคมกีฬาต่าง ๆ และคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย จะต้องมีการประสานร่วมมืออย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น เพื่อให้การทำงานก้าวไปสู่จุดมุ่งหมายเดียวกัน คือการพัฒนาการกีฬาของไทยให้สำเร็จลุล่วงต่อไป

"ในส่วนของการประสานงานกับองค์กรกีฬานานาชาติทั้ง คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) รวมทั้งสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (โอซีเอ) และคณะกรรมการโอลิมปิกทุกชาติทั่วโลก จะต้องเดินหน้าอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะเรื่องของกองทุนสงเคราะห์โอลิมปิกระหว่างประเทศ (โอลิมปิก โซลิดาริตี้) ที่จะต้องผลักดันให้นักกีฬาไทย เข้ารับทุนนี้อย่างต่อเนื่อง เพราะมีผลต่อการพัฒนานักกีฬาไทย ในแต่ละปีการที่นักกีฬาไทย จะได้รับทุนมากน้อยเพียงใด หรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับการประเมินผลงานของทางคณะกรรมารโอลิมปิกสากล ( ไอโอซี ) เป็นหลักว่า ไทยจะผ่านเกณฑ์การประเมินหรือไม่" เขา กล่าว
.
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
