บทสรุปดราม่ารามฯ 53! มาดามเลาะห์ยอมโกนหัว-ตบปากตัวเอง ขอโทษสังคมมุสลิมกรณีลบหลู่

ระทึกซอยรามคำแหง 53! มวลชนชาวมุสลิมนับพันคนรวมตัวปิดล้อมกดดัน "มาดามเลาะห์" LGBTQ สาวสองรายหนึ่ง หลังก่อเหตุไลฟ์สดพูดจาหมิ่นประมาทและเย้ยหยันคัมภีร์อัลกุรอานอย่างรุนแรงจนกลายเป็นไวรัลสะเทือนใจไปทั่วโลกมุสลิม บรรยากาศสุดตึงเครียดหวิดเกิดเหตุจลาจล เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องระดมกำลังสายตรวจนับสิบเพื่อควบคุมสถานการณ์ สุดท้ายยอมรับผิดขอโทษต่อหน้าฝูงชน ยอมรับโทษทางสังคมทั้งโกนศีรษะและตบปากตัวเอง ก่อนเจ้าหน้าที่ชิงตัวส่งโรงพักท่ามกลางความชุลมุน

กลายเป็นประเด็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ที่ทำเอาถนนรามคำแหง 53 แทบแตกเมื่อคืนที่ผ่านมา! หลังจากกระแสวิจารณ์ในโลกโซเชียลลุกลามบานปลาย กรณีสาวสองมุสลิมชื่อดัง "เลาะห์" หรือ "มาดาม" ก่อเหตุที่สะเทือนใจพี่น้องมุสลิมอย่างรุนแรง จนนำไปสู่การรวมตัวของมวลชนเกือบพันคนเพื่อทวงถามความรับผิดชอบ

ต้นเหตุ จากการตักเตือนสู่การลบหลู่
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อเมื่อ 3-4 วันก่อน มีการไลฟ์สด มีการแจ้งเตือนเรื่องการแต่งกายและการคลุมฮิญาบของกลุ่มสาวสอง ซึ่งตามหลักการศาสนา (ฮาดีษ) มีข้อห้ามชัดเจนเกี่ยวกับการแต่งกายเลียนแบบเพศตรงข้าม โดยทาง "บังฟรีส" ได้พยายามเข้ามาร่วมไลฟ์สดเพื่อตักเตือนด้วยถ้อยคำที่สุภาพและอ้างอิงหลักการศาสนาอย่างใจเย็น
แต่เหตุการณ์กลับพลิกผัน เมื่อฝั่ง "เลาะห์" และพวกพ้องกลับแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ทั้งการล้อเลียน และจุดที่กลายเป็นชนวนเหตุสำคัญคือ
พฤติกรรมไม่เหมาะสม การทำท่าทางกิริยาที่หยาบโลนขณะมีการยกอัลกุรอานมาสนทนา
การบิดเบือนคัมภีร์เลาะห์ได้นำบทอ่านในอัลกุรอานช่วง "วาลัฎฎอ ลีน" มาดัดแปลงเป็น "วาลัฎฎอ ฮายิง" (ซึ่งคำว่า ฮายิง แปลว่า สุนัข) ถือเป็นการเหยียบย่ำหัวใจชาวมุสลิมอย่างรุนแรง

ไฟลามทุ่ง ท้าทายเจอนรกชั้น 7
คลิปดังกล่าวถูกแชร์ไปไกลถึงมาเลเซียและอินโดนีเซีย แทนที่จะขอโทษในตอนแรก เลาะห์กลับตอบโต้ผ่านไลฟ์ว่า "ไม่สนดราม่า" พร้อมท้าทายให้ไปเจอกันที่ "นรกชั้น 7" ยิ่งเป็นการเติมเชื้อไฟให้สถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้น
จุดจบที่รามฯ 53
วันที่ 10 พ.ค. 69 มีการนัดเลาะห์มาคุยที่ซอย 53มวลชนรู้จึงแห่กันมา ความอดทนของมวลชนสิ้นสุดลง มีการรวมตัวกันที่ซอยรามคำแหง 53 จนจราจรเป็นอัมพาต ประธานชุมชนและอาสาสมัครต้องรุดเข้าเจรจาเพื่อควบคุมสถานการณ์ ท่ามกลางเสียงสาปแช่งและผู้คนที่โกรธแค้น
บทสรุปของเหตุการณ์
ยอมรับผิด เลาะห์ยอมรับว่าทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบและขาดสติ
ตบปากตัวเอง เพื่อเป็นการแสดงความขอโทษตามคำเรียกร้องของมวลชนที่อยู่หน้างาน
ยอมโกนหัว เพื่อแสดงความสำนึกผิดอย่างสูงสุดต่อหน้าฝูงชน ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งนำตัวไปโรงพักเพื่อความปลอดภัย
ความเจ็บปวดใต้ความโกรธแค้น
สิ่งที่ทำให้สังคมมุสลิมเสียใจที่สุด ไม่ใช่เพียงเพราะการเป็น "สาวสอง" แต่เพราะทราบภายหลังว่า เลาะห์คือ "ผู้ท่องจำอัลกุรอาน" (ฮาฟิซ) ซึ่งควรเป็นผู้รักษาคำสอนไว้ในใจ แต่กลับนำสิ่งสูงส่งมาล้อเลียนเสียเอง
"ศาสนาคือเรื่องละเอียดอ่อน อัลกุรอานคือลมหายใจของมุสลิม เหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดจากความเกลียดชังทางเพศ (LGBTQ+) แต่เกิดจากการไม่ให้เกียรติศรัทธาของผู้อื่น บทเรียนครั้งนี้หวังว่าจะเตือนสติทุกคนว่า... ความคึกคะนองในโลกโซเชียล มีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ"
ต่อมาในช่วงเช้าได้มีการนัดเลาะห์มาอีกครั้งเพื่อกล่าวชาฮาดะห์ใหม่
ขอบคุณที่มา : เพจ บังเอ๋ มหาดไทย/บังซัน ดูไบ/เจ๊ม้อย v+
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
