น้องสาว-แม่และทนายความผกก.โจ้มาให้การกับอัยการตลิ่งชัน


ความคืบหน้าการเสียชีวิตคดีของพันตำรวจเอก ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ “อดีตผู้กำกับโจ้” ภายในเรือนจำกลางคลองเปรม เมื่อคืนวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา วันนี้นางสาวธนัญญา อุทธนผล อายุ 34 ปี น้องสาวของอดีตผู้กำกับโจ้ , มารดาของอดีตผู้กำกับโจ้ และนายวีรศักดิ์ นาคิน ทนายความส่วนตัว เดินทางมาให้ข้อมูลกับพนักงานอัยการ ที่สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารถนนบรมราชชนนี โดยวันนี้ทั้งคู่แต่งกายด้วยชุดสีดำ มีสีหน้าเรียบเฉย
นางสาวธนัญญา ให้ข้อมูลเพียงสั้น ๆ ว่า “วันนี้มาให้ปากคำกับท่านอัยการ” เมื่อถามว่ายังกังวลกับเรื่องคดีของพี่ชายอยู่หรือไม่ นางสาวธนัญญา ตอบว่า “ตอนนี้ทางบ้านอยากเข้าทางธรรมแล้ว และก็พร้อมให้ความร่วมมือกับทุกฝ่าย”
ส่วนเมื่อวานนี้ที่ทางคณะอนุกรรมการกลั่นกรองข้อเท็จจริงกรณีการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ได้ประชุมและมีผลสรุปเบื้องต้นในส่วนของประเด็นของการเสียชีวิต ซึ่งต้องชะลอไว้ก่อน เพราะยังต้องรอผลชันสูตรของทั้ง 2 โรงพยาบาล รวมถึงผลทางนิติวิทยาศาสตร์ ก่อนพิจารณาต่อไป โดยทางครอบครัวมีความเห็นอย่างไรนั้น นางสาวธนัญญา ตอบว่า “ก็ขึ้นอยู่กับท่าน ว่าพยานหลักฐานเป็นอย่างไร”

ขณะที่ในส่วนของประเด็นเรื่องถูกทำร้ายร่างกายในเรือนจำฯ เบื้องต้นพบว่ามีมูลและเข้าข้อกฎหมายตาม พ.ร.บ.อุ้มหายฯ นั้น นางสาวธนัญญา ตอบว่า “รายละเอียด ยังขอลงไม่ลงดีเทล ขอให้อยู่ในกระบวนการ”
เมื่อถามว่าร่างของอดีตผู้กำกับโจ้ ทางครอบครัวจะดำเนินการอย่างไรต่อ ยังยืนยันว่าไม่เผาจริงหรือไม่นั้น นางสาวธนัญญา บอกว่า “เบื้องต้นทางครอบครัวเราได้คุย และคิดกันเอาไว้แล้วว่าจะดำเนินการอย่างไร หากได้วันแล้ว จะแจ้งอีกครั้ง”
ด้านนายวีรศักดิ์ นาคิน ทนายความส่วนตัว ระบุเพียงสั้นๆ ถึงผลชันสูตรที่ภาควิชานิติเวชศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ว่า “ตอนนี้ผลชันสูตร ทางเรายังไม่ได้รับแจ้งมา ให้รอที่ทางพนักงานสอบสวน“

ส่วนความคืบหน้าของคดี พลตำรวจตรี เจษฎา สวยสม ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 ให้ข้อมูลว่า ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานไว้ในทุกประเด็นอย่างครบถ้วนแล้ว และอยู่ระหว่างการรวบรวมให้กับคณะอนุกรรมการกลั่นกรองข้อเท็จจริงฯ โดยเฉพาะอัยการที่เป็นประธานของชุดคดีนี้ ก่อนจะสรุปว่าจะเข้าข่าย พ.ร.บ.อุ้มหายฯ หรือไม่
เบื้องต้นมีผลทางนิติวิทยาศาสตร์บางอย่างได้ทยอยออกมาแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเป็นรายละเอียดในคดี ยกเว้นผลชันสูตรพลิกศพ และคลิปสนทนาที่คุยระหว่างการเยี่ยมญาติ รวมถึงกล้องวงจรปิดที่ทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานยังไม่ส่งกลับมา โดยในการตรวจสอบคลิปเสียงจะต้องตรวจสอบว่ามีความสมบูรณ์หรือไม่ หรือผ่านการตัดต่อดัดแปลงมาหรือไม่ ในส่วนของคดีทำร้ายร่างกายนั้น ก็ได้มีการเข้าไปสอบปากคำทุกคนที่เกี่ยวข้องภายในเรือนจำฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทางพนักงานอัยการได้เรียกให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้เข้าให้ข้อมูลเช่นเดียวกัน
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
