นายกฯแพทองธาร แจงปัญหาคอลเซ็นเตอร์ไม่ใช่เรื่องเล็ก ให้เชื่อมั่นว่ารัฐบาลทำเต็มที่ บอกเป็นเรื่องอ่อนไหว ผิดข้อตกลงระหว่างประเทศไม่ได้

นายกฯ กล่าวว่า นอกจากนี้รัฐบาลยังได้ออก พระราชกำหนดมาตรการป้องกันอาชญากรรมทางออนไลน์และเทคโนโลยี โดยกฎหมายนี้จะให้บริษัทโทรคมนาคมและธนาคารพาณิชย์ ร่วมกันรับผิดชอบแก่ผู้เสียหาย เป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่เราทำงานร่วมกัน ไม่อย่างนั้นรัฐบาลออกกฎมาอย่างเดียวก็ไม่ได้ และคิดว่าน่าจะเป็นสิ่งที่เห็นผลเร็วๆนี้ ทำให้การจัดการกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นไปได้อย่างประสิทธิภาพมากขึ้น
นายกฯ กล่าวว่า ตนอยากย้ำ เรื่องความเชื่อมั่นของประเทศไทย แน่นอนว่ารัฐบาลเต็มที่เพื่อให้ประเทศไทยเกิดความเชื่อมั่นของทั้งต่างประเทศและคนในประเทศ ซึ่งความเชื่อมั่นทั้งหมด ไม่ได้มาจากรัฐบาลเพียงฝ่ายเดียว แต่มาจากความร่วมมือทุกภาคส่วน ขอเพิ่มเติมว่า การที่เราสามารถติดต่อกับต่างประเทศ ความร่วมมือเรื่องคอลเซ็นเตอร์ เป็นเรื่องของรัฐบาลกับรัฐบาลด้วยกันติดต่อประสานงานกัน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อ่อนไหว เราไม่สามารถผิดขั้นตอนข้อตกลงระหว่างประเทศ (โปรโตคอล) เช่นบางทีตนโดนถามเรื่องต่างประเทศ ก็ยังไม่สามารถตอบได้ทันทีเพราะว่าสิ่งที่เป็นโปรโตคอล เขาจะนับว่าตัวนายกฯ และรมว.การต่างประเทศไม่ว่าจะพูดอะไร สัมภาษณ์ที่ไหน สิ่งนั้นจะถือเป็นสิ่งที่ใช่แล้ว ตกลงแล้ว เพราะฉะนั้นบางเรื่องที่เกี่ยวกับต่างประเทศ ตนยังต้องปรึกษารมว.การต่างประเทศว่าเรื่องดังกล่าวสามารถพูดได้หรือไม่ ละเอียดอ่อนมากน้อยแค่ไหน เรื่องนี้สามารถเปิดเผยระหว่างประเทศได้หรือยัง นี่คือสิ่งที่จำเป็น
นายกฯ กล่าวว่า เรื่องคอลเซ็นเตอร์เป็นเรื่องใหญ่ที่รัฐบาลกับรัฐบาลต้องร่วมมือกันให้เกิดผลอย่างมีประสิทธิภาพที่ดีกับทั้งสองประเทศ ฉะนั้นความเชื่อมั่นเหล่านี้ไม่ได้เกิดแค่จากฝั่งรัฐบาล ต้องเกิดจากภาคเอกชน ประชาชนด้วย ถ้าทุกคนร่วมมือกันเราก็จะมีประเทศที่พัฒนาด้านเศรษฐกิจและมีสังคมที่ปลอดภัยในอนาคต และตนจะเดินหน้าการเดินสายต่อดึงเม็ดเงินจากต่างประเทศเข้ามา อย่างไรก็ตามจีดีพีของประเทศ หรือความเป็นอยู่ของประชาชน ก็ต้องค่อยๆดีขึ้นเป็นลำดับอย่างแน่นอน ขอให้ทุกคนมีความเชื่อมั่น มีกำลังใจว่ารัฐบาลเห็นทุกปัญหาของทุกพื้นที่ และพร้อมสนับสนุนประชาชนและภาคเอกชนอย่างเต็มที่
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
