นาทีล็อกตัวช่วยชีวิต!ตร.บุกช่วย 2 นักศึกษาเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกมัดเท้าเรียกค่าไถ่ 4.5 แสน

บุกจู่โจมระทึก! ตำรวจปากคลองรังสิตบุกทลายห้องพัก ช่วย 2 นักศึกษาหนุ่มปี 2 ม.รังสิต ตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์โหด หลอกกุเรื่องได้ทุนนอก ก่อนบังคับมัดเท้ากักขังตัวเอง วิดีโอคอลขู่เฝ้าดู 24 ชั่วโมง ขยายผลรีดเงินอ้างค่าไถ่สูญเฉียดครึ่งล้าน แม่ใจสลายโอนไว 4.5 แสนนึกว่าลูกได้โกอินเตอร์ ก่อนเอะใจเฟซบุ๊กอาจารย์โดนปลอมโร่แจ้งตำรวจตามแกะรอยวงจรกดดันล่าข้ามอำเภอ
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ที่สถานีตำรวจภูธรปากคลองรังสิต จังหวัดปทุมธานี พ.ต.อ.พัฒนชัย ภมรพิบูลย์ ผกก.สภ.ปากคลองรังสิต พร้อมด้วย พ.ต.ท.สิรภพ บัวหลวง รอง ผกก.สส.สภ.ปากคลองรังสิต และ พ.ต.ต.อิทธิพล พุทธรักษา สว.สส.สภ.ปากคลองรังสิต ได้ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการด่วนที่สุด ในการวางกำลังบุกเข้าช่วยเหลือ 2 นักศึกษาชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยรังสิต ที่ถูกขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติข่มขู่ล่อลวงให้กักขังหน่วงเหนี่ยวตัวเองไว้ในห้องพัก เพื่อสร้างสถานการณ์เรียกค่าไถ่จากผู้ปกครอง สูญเงินไปแล้วรายละ 450,000 บาท

พ.ต.อ.พัฒนชัย ผกก.สภ.ปากคลองรังสิต เปิดเผยพฤติการณ์ของคนร้ายว่า ขบวนการคอลเซ็นเตอร์นี้ได้ใช้อุบายที่ล้ำลึกและอุกอาจ โดยการโทรศัพท์ติดต่อกลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นนักศึกษา จากนั้นได้อ้างว่าส่งตรงมาจากหน่วยงานการศึกษาและปลอมแปลงเอกสารราชการของทางมหาวิทยาลัยรังสิต เพื่อแจ้งข่าวดีว่าตัวนักศึกษาได้รับทุนการศึกษาไปเรียนต่อยังต่างประเทศ ทำให้เหยื่อซึ่งยังเป็นเยาวชนหลงเชื่ออย่างสนิทใจ
ด้าน พ.ต.ท.สิรภพ รอง ผกก.สส. กล่าวเสริมว่า หลังจากเหยื่อเริ่มติดกับดัก คนร้ายได้เริ่มกระบวนการจิตวิทยาเชิงลึก บังคับและข่มขู่ให้นักศึกษาตัดการติดต่อจากโลกภายนอก โดยเมื่อช่วงสายของวันอังคารที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดไอทีพบว่า นายเต (นามสมมติ) อายุ 19 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย ได้ขับรถจักรยานยนต์ออกจากหอพักมุ่งหน้าไปยังรีสอร์ตแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลหลักหก อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี ก่อนจะถูกสั่งให้ย้ายไปหลบซ่อนตัวที่หอพักอีกแห่งที่อยู่ละแวกใกล้เคียง โดยห้ามบอกใครเด็ดขาดเพื่ออ้างว่าเป็นขั้นตอนการกักตัวก่อนเดินทาง

หลังจากญาติของนายเตพยายามติดต่อแต่ไม่สามารถติดต่อได้ และได้รับสายปริศนาขู่ว่าลูกชายถูกจับมัดมือมัดเท้าเรียกค่าไถ่ นายต้า (นามสมมติ) อายุ 23 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ซึ่งเป็นญาติ จึงรีบเดินทางไปขอคีย์การ์ดหอพักเปิดประตูดูแต่ไม่พบตัว จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความคนหายเมื่อเวลา 17.00 น. วันอังคารที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจึงได้กระจายกำลังแกะรอยตามเส้นทางโลจิสติกส์จนกระทั่งไปพบรถจักรยานยนต์ของนายเต จอดอยู่หน้าหอพักแห่งหนึ่ง

เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจนำกำลังบุกเข้าตรวจสอบภายในห้องพักทันที เมื่อประตูเปิดออกทำเอาเจ้าหน้าที่ถึงกับผงะ เมื่อพบตัวนายเต และนายปลื้ม (นามสมมติ) อายุ 19 ปี เพื่อนนักศึกษาชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยเดียวกัน อยู่ภายในห้อง โดยนายปลื้มอยู่ในสภาพถูกผ้าขนหนูมัดข้อเท้าทั้งสองข้างไว้อย่างแน่นหนา ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าหน้าที่พบว่าบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือของเหยื่อยังปรากฏภาพขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่กำลังเปิดระบบวิดีโอคอล (Video Call) ค้างไว้เพื่อเฝ้าดูสถานการณ์และพฤติกรรมของนักศึกษาทั้งสองคนอยู่ตลอดเวลา เจ้าหน้าที่จึงรีบแสดงตัวตัดสัญญาณและเข้าช่วยเหลือทั้งสองคนออกมาได้อย่างปลอดภัยเมื่อเวลา 10.00 น. ของวันนี้ ท่ามกลางความโล่งอกของญาติๆ
จากการสอบปากคำ นางเดือนนวล ม่วงลายทอง อายุ 45 ปี มารดาของนายปลื้ม เล่าให้ฟังทั้งน้ำตาว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ลูกชายได้โทรศัพท์มาหาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ดีใจมากอ้างว่าได้รับทุนไปเรียนต่อต่างประเทศและขอให้แม่โอนเงินจำนวน 350,000 บาทเพื่อเป็นค่าการันตี ตนเห็นว่าเป็นอนาคตของลูกจึงรีบหาเงินโอนให้ทันที ต่อมาลูกชายแจ้งว่าระบบติดขัดไม่สามารถนำเงินออกจากอีกบัญชีที่มีอยู่ 100,000 บาทได้ รวมแล้วสูญเงินไปทั้งสิ้น 450,000 บาท

แต่หลังจากนั้นตนพยายามวิดีโอคอลหาลูกกลับมีสายจากบุคคลอื่นแทรกเข้ามาอ้างว่าต้องจ่ายเงินเพิ่ม ตนเริ่มเอะใจจึงนำเฟซบุ๊กของอาจารย์ที่ส่งข้อมูลมาตรวจสอบอย่างละเอียด จนพบว่าเป็นเฟซบุ๊กปลอมที่สร้างขึ้นมาต้มตุ๋น จึงรีบเดินทางจากต่างจังหวัดมาหาลูกและพบว่าตำรวจช่วยไว้ได้แล้ว เบื้องต้นตำรวจพบสัญญาณโทรศัพท์คนร้ายยิงมาจากต่างประเทศ คาดเป็นแก๊งข้ามชาติ และฝากเตือนประชาชนว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานรัฐจะไม่มีการวิดีโอคอลสั่งให้ประชาชนกักขังตัวเองหรือโอนเงินเข้าบัญชีส่วนบุคคลเด็ดขาด หากเจอพฤติการณ์นี้ให้วางสายทันที
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
