ธรรมนัส ลั่นขีดเส้น 1 เดือนชัยนาทหากยังมีวัชพืช หรือสิ่งกีดขวางทางน้ำอยู่ “ต้องมีการลงโทษโยกย้ายทันที”

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 27 ก.ย. 2568 ที่ห้องประชุมพระครูวิมลคุณากร ชั้น 2 อาคารศูนย์เรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวง ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำที่จังหวัดชัยนาทโดยมีนายนที มนตริวัต ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท นายอนุชา นาคาศัย สส.ชัยนาท เขต 1 และหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ ด้านนายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีกรมชลประทาน บรรยายสรุปสถานการณ์น้ำ
สภาพน้ำท่า (แม่น้ำเจ้าพระยา) – สถานีวัดน้ำ C2 (จ.นครสวรรค์) ปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,368 ลบ.ม./วินาที (เพิ่มขึ้น 52 ลบ.ม./วินาที) และ Side flow 4 ลบ.ม./วินาที (ลดลง 4 ลบ.ม./วินาที) – สถานีวัดน้ำ Ct.25 (จ.อุทัยธานี) ปริมาณน้ำไหลผ่าน 30 ลบ.ม./วินาที (เพิ่มขึ้น 5 ลบ.ม./วินาที)

สถานีวัดน้ำ C13 (ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา) ปริมาณน้ำระบาย 2,100 ลบ.ม./วินาที (คงที่) ระดับน้ำท้ายเขื่อน 14.99 ม.รทก. (คงที่) ต่ำกว่าตลิ่ง 1.35 ม. ระดับน้ำเหนือเขื่อน 15.42 ม.รทก. (เพิ่มขึ้น 0.09 ม.) – แนวโน้มสถานการณ์ : พื้นที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยา สถานการณ์น้ำท่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น พื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา สถานการณ์น้ำท่ามีแนวโน้มทรงตัว
ร.อ.ธรรมนัส เปิดเผยว่า ปัญหาสำคัญที่สุดคือระบบการสั่งการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงได้ให้นโยบายว่า การขออนุญาตบริหารจัดการน้ำ เนื่องจากกรมชลประทาน และผู้ว่าราชการจังหวัด อาจไม่เกิดความคล่องตัวในการบริหารจัดการน้ำ จากการสั่งการต่างๆ เพราะการระบายน้ำในปริมาณที่เกินจำนวนที่ระเบียบ กนช. สนช. กำหนดต้องขออนุญาตส่วนกลาง บางครั้งต้องใช้เวลานานเกินไป

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า อย่างกรณีอัตราการระบายเกิน 700 ลบ.ม./วินาที ต้องขออนุญาตส่วนกลาง หรือ สนช. และถ้าเกิน 2,000 ลบ.ม./วินาที ต้องขออนุญาต กนช. โดยนายกรัฐมนตรีกำกับดูแล เป็นผู้อนุญาต ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 วัน และในการประชาสัมพันธ์อีก 3 วัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ทันต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเวลาน้ำมาตอนฝนตกหนักบางครั้งกรมอุตุนิยมวิทยายังพยากรณ์ไม่ถึง ทำให้แก้ปัญหาไม่ทันต่อสถานการณ์ ตนจะกลับไปหารือกับนายกรัฐมนตรี เพื่อไขปัญหาจุดนี้
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าจะแก้ไขตามที่ สส.อนุชา และ ผู้ว่าฯชัยนาทเสนอ ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะยาว เราจำเป็นต้องทบทวนกันใหม่ ไม่ใช่ว่าในแต่ละปีหน้าน้ำหลากก็มาแก้เรื่องเดิมๆ ท่วมซ้ำซากเดิมๆ อันนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งสถานการณ์ความแปรปรวนสภาพภูมิอากาศเกิดขึ้นอย่างที่เราไม่คาดคิด ทั่วโลกเผชิญเหมือนกันหมด

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า อีกเรื่องสำคัญคือ ตนนั่งเฮลิคอปเตอร์มากับอธิบดีกรมชลประทาน และรัฐมนตรีช่วยทั้ง 2 ท่าน ปัญหาที่พบคือวัชพืช และสิ่งกีดขวางทางน้ำ ลำธารต่างๆ แหล่งกักเก็บน้ำต่างๆ ตนให้เวลา 1 เดือน หากยังมีวัชพืช หรือสิ่งกีดขวางทางน้ำอยู่ “ต้องมีการลงโทษ โยกย้ายทันที” อันนี้ถือเป็นนโยบายสำคัญ
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวอีกว่า วันนี้เรามาแก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำหลาก สส.อนุชา นำเสนอว่าเวลาหน้าแล้งความจุของลำน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำสาขา สามารถเดินผ่านได้เลย ตรงนี้ต้องมีการขุดลอก ได้สั่งการกรมชลประทานเพื่อประสานไปยังกรมการทหารช่าง ในการจัดหางบประมาณในการขุดลอก เตรียมสำหรับหน้าแล้งต่อไป
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า สำหรับกรอบการทำงานระยะสั้น เรามีโครงการควิกวินเร่งด่วนของกระทรวงที่ดูแลทั้ง 4 กระทรวง ด้านกระทรวงเกษตรฯ คือเรื่องราคาพืชผลกทางการเกษตรตกต่ำ ตนต้องแก้ปัญหาใน 4 เดือนว่า ต้องทำอะไรบ้าง ซึ่งในสัปดาห์หน้าจะแถลงนโยบาย หลังท่านนายกฯ นำทีมแถลงนโยบายต่อ ครม.แล้ว

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวอีกว่า วันที่ 2 ตนจะแถลงนโยบายต่อกระทรวงเกษตรฯ และช่วงบ่ายจะคุยเรื่องสินค้าเกษตรกับหลายๆ กระทรวง เช่น ยางพารา ช่วงนี้ราคาตกต่ำ ตนจะเซ็น MOU กระทรวงแรงงาน กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงเกษตรฯ เรื่องการใช้น้ำยางในการทำล้อรถยนต์ที่หน่วยราชการใช้อยู่ซึ่งเป็นจำนวนมหาศาล เราจะสามารถระบายน้ำยางโดยตรงสู่โรงงานผลิตล้อรถยนต์
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า นอกจากนั้น กรมชลประทาน กรมทางหลวง ท่อระบายน้ำทั้งหมดต้องใช้ท่อที่ผลิตจากยาง ซึ่งได้ประสานกับโรงงานเรียบร้อยแล้ว เป็นนวัตกรรมที่กรมชลประทานได้ศึกษาจนเป็นผลงาน รวมถึงทุ่นลอยน้ำต่างๆ ฉะนั้นการแก้ไขปัญหาราคายางพารา หลังจากสัปดาห์หน้าจะเป็นรูปธรรม ส่วนเรื่องราคาข้าว มันสำปะหลัง และปาล์ม พืชเศรษฐกิจต่างๆ ก็จะแก้ไขเช่นเดียวกัน
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
