001

001

วันนี้(23 ต.ค. 68) ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวให้ความรู้เกี่ยวกับข้อกฎหมายกรณีประเด็นร้อนเกี่ยวกับ “มูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้“ โดยกล่าวว่า ตอนนี้เริ่มมีคนตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับความโปร่งใสในการจัดตั้งมูลนิธิและการรับบริจาครวมถึงเงินเข้าออก ซึ่งเขาเป็นคนดีก็น่าจะให้ตรวจสอบได้ส่วนเงินจะนําไปช่วยเหลือตัวเองหรือช่วยเหลือทางการกุศลต้องดูจากการกระทํา

เมื่อถามว่าการจัดตั้ง “มูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้” นั้นถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ทนายเดชา ระบุว่า ขั้นตอนปัจจุบันจากการถามเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองบอกว่าการจัดตั้งมูลนิธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ต้องดําเนินการโดยกรรมการที่มีชื่อไม่ใช่ดําเนินการโดยบุคคลภายนอกเข้าไปครอบงํา ซึ่งกรณีดังกล่าวที่ผ่านมาเคยมีการยุบมูลนิธิและนําทรัพย์สินทั้งหมดตกเป็นของแผ่นดิน

1469349

ทนายเดชา กล่าวต่ออีกว่า ในคณะกรรมของมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้มีเพื่อนสนิทตนเองอยู่ด้วย ทราบว่าได้รับมอบหมายให้เป็นคณะกรรมการทั้งที่ไม่ค่อยรู้เรื่องราวอะไร ตนเองดูแล้วจึงตั้งคําถามว่ากรรมการ 3 คน เป็นนอมินีหรือไม่ เนื่องจากคนที่ขับเคลื่อนคือคุณกัน จอมพลัง ทั้งที่ไม่มีชื่อหรือเกี่ยวข้องในมูลนิธิฯ ไม่มีสิทธิไปสั่งการทําถนนซื้อบังเกอร์ และล่าสุดตกใจที่คุณกัน จอมพลัง ให้สัมภาษณ์ว่าจะสั่งให้มีการแก้ไขข้อบังคับหากเลิกมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้แล้วจะโอนไปมูลนิธิอื่นแทนมูลนิธิธรรมนัสพรหมเผ่าซึ่งการกระทําดังกล่าวเห็นได้ชัดเจนว่ามีการครอบงํามูลนิธิฯหรือไม่ ซึ่งนายทะเบียนคือปลัดกระทรวงมหาดไทยมีอํานาจเรียกคณะกรรมการ 3 คน เข้ามาชี้แจงได้เพราะมีการระดมเงินบริจาคของประชาชนหลักร้อยล้านบาท

ส่วนกรณีที่คุณกันจอมพลัง นําชื่อมูลนิธิมาโพสต์แปะลิงค์ธนาคารนั้นไม่สามารถทําได้ เนื่องจากเป็นบุคคลภายนอก หากบอกว่ามูลนิธิอื่นๆก็ทําแบบนี้ ทนายเดชา ยืนยันว่าไม่มีที่ตั้งมูลนิธิและให้ลูกน้องนอมินีออกหน้าส่วนตัวเองอยู่เบื้องหลัง ส่วนการที่ไม่มีชื่อคุณกันจอมพลังอยู่ในมูลนิธิฯ ตนเองไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดแต่จากการสอบถามมูลนิธิอื่นๆคือไม่ต้องรับผิดเกิดเรื่องทางคดีเพราะไม่มีชื่ออยู่ในมูลนิธิ

ในส่วนกรณีที่โพสต์เกี่ยวกับมูลนิธิม้า ทนายเดชา บอกว่าถ้าเปิดมูลนิธิมาแล้วแต่ไม่ได้บริหารจัดการเองและให้บุคคลภายนอกจัดการก็เปรียบเทียบเหมือนเป็นการเปิดบัญชีม้า เมื่อถามว่าลักษณะแบบนี้ที่อินฟลูออนเซอร์ทําการโปรโมทรับบริจาคซึ่งประชาชนเข้าใจว่าเป็นเจ้าของมูลนิธิแบบนี้เข้าข่ายร่วมกันฉ้อโกงหรือไม่ ทนายเดชา ระบุว่า สมมติเขาไม่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิแต่ไปหลอกลวงประชาชนโดยทุจริตก็เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ แบบเต็มบาทา ฝากให้ตํารวจไซเบอร์ตรวจสอบเนื่องจากข้อเท็จจริงยุติพยานหลักฐานชัดเจนตามที่เขาออกมาให้สัมภาษณ์ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้สามารถรับคดีได้ ผิดแน่ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และอาจจะโดนฉ้อโกงประชาชนด้วย เนื่องจากหลายคนที่บริจาคเพิ่งมาทราบว่ากันจอมพลังไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

Loading...
artwork-ads-ทุกความเสี่ยงภัย-2022---Banner800x450px


 พื้นที่โฆษณา

536787172603985922r5yr1268469613023

iTopPlus412899417381

494761908475002965194188979767

สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888

[[POS2]]
สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888