ทนายอนันต์ชัย"ยื่นเส้นตาย 7 วันให้ "วรเดช"ทายาทตาเฮียงขอขมาเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามหลังให้สัมภาษณ์ด้อยค่าพระสงฆ์
z-z1585615429673.webp)
ทนายกองทัพธรรม" ออกโรง! "ทนายอนันต์ชัย" บุกขอนแก่นแถลงยื่นเส้นตาย 7 วัน ให้ "วรเดช" ทายาทตาเฮียง เข้ากราบขอขมา "พระครูอดุลสารนิเทศ" เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม หลังให้สัมภาษณ์ด้อยค่าพระสงฆ์ว่า "ไม่ได้เป็นพระครู-ไม่ได้เป็นเจ้าอาวาส" ลั่นหากพ้นกำหนดสั่งทนายฟ้องหนัก สภ.เมืองขอนแก่น ทั้งดูหมิ่นคณะสงฆ์ และอาจขยายผล ม.112 ย้ำชัด พุทธศาสน์-ที่ดิน ยืนยันวัดถูกต้องตามกฎหมาย วอนจบพิพาทเพื่อสงบสุข
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 30 สิงหาคม 2569 ที่วัดป่าอดุลยาราม เขตเทศบาลนครขอนแก่น นายอนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม พร้อมด้วย ดร.ประยุทธ ประเทศเสนา ("มหาหมี") รองประธานมูลนิธิฯ และ นายโกวิทย์ แสงสากล ("ทนายบอย") ทนายความประจำวัดป่าอดุลยาราม ร่วมกันตั้งโต๊ะแถลงข่าวใหญ่ต่อสื่อมวลชนและประชาชนจำนวนมากที่มารอติดตามความเคลื่อนไหวบริเวณหน้ากุฏิเจ้าอาวาส เกี่ยวกับกรณีข้อพิพาทที่ดินและสถานะของวัดป่าอดุลยาราม

นายอนันต์ชัย เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบบทสัมภาษณ์ของ นายวรเดช หนึ่งในทายาทตาเฮียง พบว่ามีข้อความบางช่วงบางตอนที่กล่าวถึง พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ในลักษณะด้อยค่าและดูแคลนว่า "มันไม่ได้เป็นพระครู ไม่ได้เป็นเจ้าอาวาส" ซึ่งถือเป็นถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เนื่องจากพระครูอดุลสารนิเทศ บวชเป็นพระภิกษุสงฆ์มาตั้งแต่ปี 2525 จึงควรได้รับความเคารพตามหลักพระธรรมวินัยและกฎหมาย

ทีมกฎหมายมูลนิธิทนายกองทัพธรรม ได้หารือร่วมกันและมีมติ ยื่นเงื่อนไขให้เวลานายวรเดช เป็นเวลา 7 วัน ในการเดินทางมากราบขอขมาพระครูอดุลสารนิเทศ โดยหากมาขอขมาภายในกำหนด ทางมูลนิธิฯ จะไม่ติดใจดำเนินคดี แต่หากพ้นกำหนด 7 วันแล้วยังเงียบเฉย จะมอบหมายให้ทนายโกวิทย์ นำหลักฐานถอดเทปบันทึกเสียงทั้งหมดเข้าแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.เมืองขอนแก่น ทันที ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดฐานดูหมิ่นคณะสงฆ์ ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน และอาจเกี่ยวพันถึงประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยย้ำว่าหากเข้าสู่กระบวนการคดีที่ไม่สามารถยอมความได้ เรื่องราวจะยิ่งรุนแรงขึ้น

นอกจากนี้ นายอนันต์ชัย ได้ชี้แจงประเด็นสถานะของวัดป่าอดุลยารามอย่างชัดเจนว่า ทั้งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) สำนักงานที่ดิน และกรมที่ดิน ได้ยืนยันตรงกันพร้อมหลักฐานตราตั้ง การขออนุญาต และการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ว่าเป็นวัดที่จัดตั้งขึ้นโดยชอบด้วยกฎหมายทุกประการ จึงขอให้ประเด็นนี้ยุติลง พร้อมขออนุโมทนาบุญกับทายาทคนอื่นๆ ของ นายเฮียง พิมพ์ศรี ที่ยินดีถวายที่ดินให้วัด และฝากถึงผู้ที่ยังเข้าใจผิดให้พิจารณาข้อเท็จจริงอย่างรอบคอบ เพื่อให้เรื่องราวความขัดแย้งทั้งหมดจบลงด้วยดี
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
