1703825193773

1703825193773

“รองผบก.น.6” ยันเดินหน้าสำนวน “เด็ก 14 ปี” กราดยิงพารากอน หลังอัยการตีกลับสำนวน เผยเด็กตอบคำถามอื่นได้หมด เว้นเกี่ยวกับคดีอ้าง  “จำไม่ได้” เตรียมทำหนังสืออายัดตัวเด็ก 14 รักษาตัวต่อจนกว่าจะต่อสู้คดีได้

จากกรณีรองโฆษกอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า สํานักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีเยาวชนและครอบครัว 3 คืนสํานวนการสอบสวน คดีเด็ก อายุ 14 ปีกราดยิงพารากอน เมื่อวันที่ 3 ต.ค.66 ที่ผ่านมา เนื่องจาก เด็กชายคนดังกล่าว ซึ่งเป็นเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ตกเป็นผู้ต้องหา พนักงานสอบสวนได้มีการส่งตัวผู้ต้องหาซึ่งเป็นเด็กไปยังสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ เพื่อทําการตรวจและบําบัดรักษา ซึ่งจากการตรวจสํานวนการสอบสวนปรากฏข้อเท็จจริงว่าพนักงานสอบสวนได้ดําเนินการแจ้งข้อกล่าวหา ในความผิดฐาน ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน , พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน , มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต , พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต , ให้มีอาวุธปืนติดตัวและยิงปืนในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และสอบสวนคําให้การของผู้ต้องหาซึ่งเป็นเด็ก โดยไม่ได้รอผลการวินิจฉัยจากแพทย์ เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากเด็กยังไม่สามารถต่อสู้คดีได้ จึงมีการส่งสำนวนกลับมาให้ทางพนักงานสอบสวนนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 ธ.ค.66 พ.ต.อ.จิรพัฒน์ พรหมสิทธิการ รอง ผบก.น.6 เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลวินิจฉัยจากแพทย์เพิ่มเติมว่าเด็กพร้อมจะต่อสู้คดีได้เมื่อไหร่จึงจะเริ่มมีการสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้งและสรุปสำนวนส่งอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งกรณีดังกล่าว ก่อนหน้าที่พนักงานสอบสวนมีการเข้าไปแจ้งข้อกล่าวหาเด็กไปแล้วนั้น ทางแพทย์เจ้าของไข้ ได้มีการอนุญาตให้เข้าไปสอบปากคำเด็กได้ ทางทีมพนักงานสอบสวนจึงมีการเข้าไปสอบปากคำ โดยไม่ได้เข้าไปแบบพลการ หรือผิดขั้นตอนแต่อย่างใด ซึ่งมีหนังสือแจ้งมา ตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 ต.ค.66 ว่าแพทย์อนุญาตให้ไปสอบปากคำเด็กได้ และในการสอบปากคำมีทั้งอัยการ 3 วิชาชีพและทนายความ ซึ่งเด็กสามารถตอบโต้ได้ทั้งหมด

พ.ต.อ.จิรพัฒน์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามทางความเห็นแพทย์ก็จะไม่ขอก้าวล่วง แต่ตามความเห็นของพนักงานสอบสวน ทางเด็กสามารถต่อสู้คดีได้ จึงมีการสรุปสำนวนส่งไปให้อัยการ โดยตามข้อเท็จจริงผู้ที่อนุญาต ในการให้ทีมพนักงานสอบสวนเข้าไปสอบปากคำเด็กก็คือ แพทย์เจ้าของไข้ แต่นอกจากแพทย์แล้วก็จะมีทีมนักจิตวิทยามาร่วมประเมิน

ส่วนกรณีหากพนักงานสอบสวนยังสอบปากคำ และไม่ส่งสำนวนให้อาการแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ธ.ค.66 อาจจะต้องปล่อยตัวเด็กออกจากสถานที่รักษาตัวนั้น พ.ต.อ.จิรพัฒน์ กล่าวว่า โดยเบื้องต้นในวันนี้ ได้ให้ทางพนักงานสอบสวนมีการร่างหนังสือถึงสถาบันกัลยาณฯ ที่เด็กรักษาตัวอยู่ โดยอาศัยอำนาจตาม ศูนย์รักษาสุขภาพจิต เพื่อขอให้สถาบันกัลยาณ์ฯ รักษาเด็กต่อไปได้ และอาศัยอำนาจตามปวิอาญามาตรา 14 และ พรบ.สุขภาพจิต มาตรา 36 เนื่องจากเห็นว่าเด็กยังไม่สามารถต่อสู้คดีได้ทางพนักงานสอบสวนก็ขอให้ทางสถาบันกัลยาณ์ฯ รับตัวเด็กไว้จนกว่าอาการจะทุเลาหรือ จนกว่าเด็กจะต่อสู้คดีได้ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายที่รองรับ

พ.ต.อ.จิรพัฒน์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของพยานหลักฐานนั้นทางพนักงานสอบสวนมีการรวบรวมไว้ได้ทั้งหมดตั้งแต่ต้น ส่วนสาเหตุที่ล่าช้าในช่วงแรกคือต้องรอรายงานจากสถานพินิจ ซึ่งการสอบปากคำนั้นครบถ้วนแล้วจึงมีการสรุปสำนวนส่งไปให้อัยการ โดยวิธีในการสอบปากคำ เด็กนั้นทางพนักงานสอบสวนได้มีการ นำวีดีโอขณะมีการสอบปากคำเด็ก ให้กับแพทย์ดู ซึ่งหลังจากที่แพทย์รายงานมาว่าทางเด็กไม่สามารถต่อสู้คดีได้นั้น ทางพนักงานสอบสวนจะมีการนำวีดีโอขณะการสอบปากคำ ให้แพทย์ดูเพื่อให้เห็นว่าเด็กมีการตอบคำถามกับทางพนักงานสอบสวนได้เป็นอย่างดี แต่หากเป็นคำถามที่เกี่ยวข้องกับคดี เด็กจะบอกว่า “จำไม่ได้” แต่เด็กสามารถตอบโต้ประเด็นอื่นได้ ซึ่งตรงนี้ทางแพทย์จึงนำไปประชุมร่วมกับคณะทำงาน ว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อ

“ทั้งนี้เบื้องต้นในวันที่ 11 ม.ค.67 ทางทีมแพทย์ที่รักษาตัวเด็กจะมีการประชุมเพิ่มเติมอีกครั้ง ทำให้ทางพนักงานสอบสวนต้องรอแพทย์สรุปความเห็นเพิ่มเติม จากนั้นหากแพทย์และทีมสหวิชาชีพ สรุปมาว่าเด็กสามารถต่อสู้คดีได้แล้วทางพนักงานสอบสวนจะเดินทางเข้าไปสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้งต่อไป” พ.ต.อ.จิรพัฒน์ กล่าว.

 

 

Loading...
artwork-ads-ทุกความเสี่ยงภัย-2022---Banner800x450px


 พื้นที่โฆษณา

536787172603985922r5yr1268469613023

iTopPlus412899417381

494761908475002965194188979767

สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888

[[POS2]]
สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888