008

008

วันที่ 18 มิ.ย.67 รองอธิบดีอัยการระบุข้อมูลสอบสวนยังไร้ชื่อ เสี่ยโจ้ เผยเตรียมลงพื้นที่ อ่าวไทยจัสมิน เพื่อตรวจสอบจุดจับกุม แสวงหาข้อเท็จจริงในคดีให้ครบทุกมิติ ก่อนเสนออัยการสูงสุดพิจารณาสั่งคดี ด้านตำรวจกองปราบเตรียมออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องเพิ่ม 3-4 คนอในคดีจับเรือบรรทุกน้ำมันเถื่อน และกรณีที่เรือน้ำมันเถื่อน 3 ลำที่จับกุมได้หายไปจากท่าเทียบเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง 30 นาที นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน เปิดเผยว่า การประชุมหารือในวันนี้ได้ความคืบหน้าในการสอบสวนร่วมกันว่าจะต้องไปสอบสวนพยานหลักฐาน หรือเก็บพยานหลักฐานอะไรเพิ่มเติม ซึ่งมีหลายประเด็นที่จะต้องสอบสวนเพื่อให้เกิดความกระจ่างทางคดี ส่วนจะออกหมายจับใครเพิ่มเติมหรือไม่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาอยู่ หากสอบสวนพบว่าเจ้าของเรือเป็นใครจะต้องดำเนินคดีแน่นอน แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนอยู่

นายวัชรินทร์ กล่าวว่า ส่วนผู้ต้องหาที่ไปกับเรือจะมีคดีซ้ำซ้อน 2 เรื่อง เรื่องแรกในคดีที่ได้กระทำความผิดที่ตำรวจน้ำกับตำรวจปอศ.ได้จับกุมเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 67 เรื่องสองคือเรื่องเรือหาย ซึ่งจะมีการควบคุมตัวและอายัดตัว ส่วนลูกเรือ 2 คน ที่ไม่มาพบพนักงานสอบสวนเมื่อวานนี้ทางตำรวจได้เพิกถอนประกันแล้ว คือเรียกกลับมาให้มาพบพนักงานสอบสวน เพื่อให้พนักงานสอบสวนพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร

นายวัชรินทร์ กล่าวว่า ในสำนวนการสอบสวนที่ได้รวบรวมมา วันนี้ยังไม่ปรากฏชื่อเสี่ยโจ้ แต่ปรากฏชื่อคนอื่นเป็นชื่อเล่น ซึ่งบุคคลที่มีชื่อดังกล่าวมีจำนวนมากในประเทศไทย ยังไม่ปรากฏชัดว่าใครเป็นเจ้าของเรือที่แท้จริง อยู่ที่ทีมคณะทำงานในการสืบสวนสอบสวนเพื่อให้ได้ว่าใครเป็นเจ้าของเรือ ที่ผ่านมาปรากฏชื่อบุคคลเดียวเป็นผู้สั่งการให้เรือไปทางใดอย่างไรผ่านทางโทรศัพท์ดาวเทียม ทั้งนี้หากเกี่ยวพันโดยตรงเป็นผู้ดำเนินการสั่งการให้กระทำผิด จะต้องถูกดำเนินคดีด้วย ส่วนจะเป็นผู้ใช้หรือตัวการร่วมจะต้องพิจารณาอีกครั้ง

นายวัชรินทร์ กล่าวว่า การประชุมในวันนี้ได้หารือว่าอาจจะต้องไปดูจุดจับกุมเรือดังกล่าว บริเวณที่เรียกว่า อ่าวไทยจัสมิน อยู่ระหว่างการประสาน ซึ่งจะต้องไปโดยเฮลิคอปเตอร์ เพื่อดูว่าจุดจับกุมอยู่ตรงไหนอย่างไร เพื่อให้ได้ความจริงให้กระจ่างชัด เพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงว่ามีการกระทำความผิดจริงหรือไม่ และใครเป็นผู้กระทำความผิด ทั้งนี้จะต้องสอบสวนให้ละเอียดรอบคอบเพื่อให้ปราศจากข้อสงสัย ก่อนเสนอให้อัยการสูงสุดพิจารณาสั่งคดี 

ส่วนประเด็นน้ำมันของกลางในคดีหาย นายวัชรินทร์ กล่าวว่า ปกติของคดีน้ำมันเถื่อน จะนำน้ำมันไปตรวจพิสูจน์ แต่ทราบจากชุดพนักสอบสวนตั้งแต่แรกก่อนที่จะเป็นคดีนอกราชอาณาจักรได้รายงานว่ามีการตรวจสอบน้ำมันจากแหล่งที่มาของทางราชการแล้ว ทำให้เบาใจได้ว่ามีบันทึกการตรวจสอบน้ำมันเรียบร้อย และมีการถ่ายภาพไว้ เพราะน้ำมันมีผลเหมือนกันว่าน้ำมันมาจากไหน จากในประเทศหรือต่างประเทศจะต้องพิสูจน์ทราบ นอกจากนี้จะต้องสืบหาว่าใครเป็นเจ้าของเรือที่แท้จริง เพราะคนที่โดนจับกุมอาจจะยังไม่พูดอะไร และอาจจะให้การไม่ถึง ซึ่งขณะยังไม่ปรากฏชื่อ เสี่ยโจ้

ด้านพ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รองผู้บังคับการปราบปราม (รองผบก.ป.) กล่าวว่า ในคดีจับเรือน้ำมันเถื่อนคนสั่งการมี 1 คน แต่คนที่เกี่ยวข้องมีมากกว่านั้น ยืนยันผู้เกี่ยวข้องที่ตรวจสอบพบมี 3-4 คน ส่วนจะออกหมายจับได้เลยหรือไม่นั้นคาดว่าอีกไม่นาน เพราะมีหลักฐานบางส่วนแล้ว แต่ขอพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงบางอย่างให้ชัดเจนก่อน ส่วนคดีเรือหายกับคดีจับเรือน้ำมันทั้ง 2 คดีมีความเกี่ยวพันกันมีการเชื่อมโยงข้อมูลหลายส่วน ซึ่งในคดีเรือหายมีพยานหลักฐานสำคัญบางส่วนที่สามารถนำมาสนับสนุนในทางคดีน้ำมันเถื่อนได้ เนื่องจากกลุ่มผู้เกี่ยวข้องเป็นกลุ่มเดียวกัน ทั้งนี้ไม่กังวลว่าจะมีผู้มีอิทธิพลเข้ามาแทรกแซง เนื่องจากยึดหลักดำเนินการตามพยานหลักฐานตามข้อเท็จจริง

ส่วนการตรวจสอบตำรวจน้ำที่เกี่ยวข้อง พ.ต.อ.เอนก กล่าวว่า ทางกองบังคับการตำรวจน้ำมีคำสั่งให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอยู่ คาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน เพราะในคำสั่งระบุว่าให้ตรวจสอบภายใน 7 วันหลังจากเกิดเหตุ ส่วนในทางคดีอาญา ได้เรียกตำรวจน้ำที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการดูแลเข้ามาสอบซักถามเป็นพยานทางคดีอาญาด้วยเช่นกัน โดยเบื้องต้นได้สอบปากคำไปแล้วกว่า 10 ปาก ส่วนข้อมูลชื่อเล่นของผู้สั่งการขอให้รอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงสุดท้ายก่อนเพราะต้องมีพยานหลักฐานยืนยันรองรับการกระทำความผิดด้วย

Loading...
artwork-ads-ทุกความเสี่ยงภัย-2022---Banner800x450px


 พื้นที่โฆษณา

536787172603985922r5yr1268469613023

iTopPlus412899417381

494761908475002965194188979767

สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888

[[POS2]]
สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888