ตรวจสอบแล้วลักลอบติดแผ่นป้ายโฆษณาส่วน ตม.ชี้ป้ายโฆษณาซื้อพาสปอร์ตไม่เกี่ยวซื้อขายสัญชาติไทย

ล่าสุด วันที่ 22 ก.ค.67 นายไพฑูรย์ งามมุข ผู้อำนวยการเขตห้วยขวาง กล่าวว่า จากกรณีดังกล่าวเบื้องต้นได้รับรายงานเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (23 ก.ค.67) ตนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เบื้องต้นได้ส่งเจ้าหน้าที่กรมโยธาลงไปตรวจสอบในกรณีที่มีการแอบลักลอบติดแผ่นป้ายโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.สาธารณสุข มีโทษ จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือ ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือ ทั้งจ้าทั้งปรับ โทษปรับอีกวันละไม่ เกิน 10,000 บาท ส่วนความผิดข้อหาอื่นๆ ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เข้าข่ายความผิดข้อหาใดบ้าง
ขณะที่ ทาง พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. กล่าวว่า การซื้อขายสัญชาติมีอยู่จริงในโลก ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในประเทศที่มีประชากรน้อย และเชิญชวนชาวต่างชาติไปทำธุรกิจในประเทศเหล่านั้น ซึ่งมีเพียงไม่กี่ประเทศ แต่สำหรับในประเทศไทย ยืนยันว่า ไม่มีการซื้อขายสัญชาติแบบนี้แน่นอน และกรณีที่เกิดขึ้นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีการซื้อขายจริงหรือไม่ หรือหากมีการกระทำจริง จะเข้าข่ายความผิดทางกฎหมายของไทยในข้อไหน จึงต้องตรวจสอบอย่างละเอียด หากผิดก็ต้องดำเนินคดี
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นในป้ายโฆษณา เป็นการซื้อขายสัญชาติในประเทศของพวกเขา ไม่ได้เกี่ยวกับการซื้อขายสัญชาติไทย เพียงแต่ใช้พื้นที่โฆษณาในประเทศไทย เท่านั้นจึงยังไม่เห็นว่าจะกระทบกับความมั่นคงของประเทศไทย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบทั้งหมดเพื่อป้องกันไม่ให้กระทบต่อประเทศไทย
ด้านทางกรมการปกครอง(ปค.) กระทรวงมหาดไทย(มท.) ได้ตรวจสอบแล้วพบว่า มีการขึ้นป้ายดังกล่าวเมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา เนื้อหาเป็นข้อความเกี่ยวกับการรับจ้างทำหนังสือเดินทางและรับจ้างดำเนินการแปลงสัญชาติ (สัญชาติที่สอง) ได้ใน 30 วัน โดยมีภาพตัวอย่างหนังสือเดินทางของประเทศอินโดนีเซีย วานูอาตู กัมพูชา และตุรกี (ไม่กล่าวถึง/หรือมีภาพของประเทศไทยแต่อย่างใด)
กรมการปกครองได้ตรวจสอบแล้วการขึ้นป้ายโฆษณาลักษณะดังกล่าว อาจจะเป็นความผิดตามกฏหมายในการรับจ้างปลอมแปลงเอกสาร หรือ อาจเป็นการหลอกลวงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์เพื่อหลอกลวงเอาทรัพย์สินของผู้ที่ประสงค์จะดำเนินการฯ จึงได้สอบถามไปยัง เจ้าของ/ผู้รับจ้าง ติดป้ายดังกล่าว ซึ่งแจ้งว่าได้รับการว่าจ้างให้ติดป้าย โฆษณาดังกล่าวจากชาวจีน โดยได้ติดตั้งเสร็จเมื่อวันที่ 21ก.ค. แต่ภายหลังได้ทราบข่าวทางสื่อโซเชียลถึงความไม่เหมาะสมจึงได้ดำเนินการรื้อถอนเสร็จแล้ว เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันนี้(22ก.ค.)
ทั้งนี้ กรมการปกครองได้ประสานงานกับผู้ดำเนินการรับจ้างติดตั้งป้ายดังกล่าวและกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นผู้ดูแลพื้นที่ เพื่อให้ทราบถึงคนที่มาว่าจ้างติดตั้งป้ายฯ เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
