ตร.ไซเบอร์ทลายแก๊งสแกมเมอร์เวียดนาม-ไทยสวมรอยการไฟฟ้าหลอกโอนเงินสูญกว่า 12 ล้านยึดทองคำแท่ง 14 แท่ง

ตร.ไซเบอร์ รวบยกแก๊งสแกมเมอร์เวียดนาม-ไทย! สวมรอยการไฟฟ้าหลอกโอนเงิน ก่อนฟอกเงินแยบยลผ่านการซื้อขายทองคำแท่ง เหยื่อคนไทยสูญรวมกว่า 12 ล้านบาท ล่าสุดบุกรวบผู้ต้องหา 5 รายคามือขณะกำลังขายทองยึดของกลางพรึ่บ เผยพฤติการณ์แสบสั่งเปลี่ยนภาษาในแอปฯ แบงก์ ย้อนรอยเส้นเงินโยงร้านทองสามพราน ก่อนส่งบอสเวียดนามคุมขายทองนนทบุรี เร่งขยายผลล่าตัวการใหญ่ข้ามชาติ!
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานต์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.กานตพงศ์ ชัยรุ่งเรือง รอง จตร. ช่วยราชการ บช.สอท., พล.ต.ต.คมกฤช สุขไทย ผบก.สอท.3, พ.ต.อ.พงศ์นรินทร์ เหล่าเขตกิจ รอง ผบก.สอท.3 และ พ.ต.อ.ลักษณ์ปกรณ์ ลูกรักษ์ ผกก.3 บก.สอท.3 ร่วมกันแถลงผลการจับกุมปฏิบัติการทลายขบวนการแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติสัญชาติเวียดนาม ร่วมกับผู้ร่วมขบวนการชาวไทย ลักลอบฟอกเงินที่ได้จากการหลอกลวงประชาชนผ่านการซื้อขายทองคำแท่ง โดยมีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 12 ล้านบาท

พล.ต.ท.สุรพล เปิดเผยว่า สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ได้มีผู้เสียหายเป็นชายวัย 61 ปี เดินทางเข้าแจ้งความหลังได้รับโทรศัพท์จากมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า โดยอ้างว่าหม้อแปลงไฟฟ้าที่บ้านมีปัญหา จำเป็นต้องทำการเปลี่ยนและแจ้งเรื่องขอรับเงินค่าประกันหม้อแปลงคืน จากนั้นได้หลอกล่อให้แอดไลน์เพื่อพิมพ์คุยรายละเอียด ก่อนจะเปลี่ยนไปเป็นการโทรคุยผ่าน Video Call พร้อมส่ง QR Code มาให้ผู้เสียหายสแกน
จากนั้น มิจฉาชีพได้ใช้อุบายสั่งให้ผู้เสียหายเปิดแอปพลิเคชันธนาคารในโทรศัพท์มือถือ แล้วกดเปลี่ยนเมนูภาษาให้เป็นภาษาอังกฤษ พร้อมสั่งให้ทำตามคำแนะนำ เมื่อมีรหัส OTP ส่งเข้ามายังโทรศัพท์ มิจฉาชีพได้หลอกถามรหัสโดยอ้างว่าเป็นเลขลำดับคิวในการรับเงินคืน จนกระทั่งผู้เสียหายหลงเชื่อแจ้งรหัสไป ผลปรากฏว่าเงินในบัญชีถูกโอนออกไปจำนวน 3 ครั้ง รวมเป็นเงินสูงถึง 1,799,400 บาท

พล.ต.ท.สุรพล กล่าวต่อว่า จากการสืบสวนเชิงลึกและตรวจสอบเส้นทางการเงินของตำรวจไซเบอร์ พบว่าเงินที่ถูกโอนออกจากบัญชีผู้เสียหาย ได้ถูกแบ่งโอนไปยังบัญชีบริษัทนิติบุคคล และบัญชีบุคคลธรรมดาชื่อ น.ส.นริศรา โดยในส่วนของบัญชีบุคคล น.ส.นริศรา จะทำหน้าที่เดินทางไปเบิกเงินสดที่เคาน์เตอร์ธนาคารในห้างสรรพสินค้าย่านรังสิต เพื่อนำเงินสดไปมอบให้ผู้ร่วมขบวนการ ขณะที่บัญชีนิติบุคคล เงินจะถูกโอนไปสั่งซื้อทองคำแท่งที่ร้านทองในอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม รวมกว่า 22 ครั้ง มูลค่ารวม 5 ล้านบาท โดยจะมีกลุ่มคนไทยไปรับทองคำแท่ง แล้วนำไปส่งต่อให้แก่ผู้บงการชาวเวียดนาม เพื่อนำไปขายต่อที่ร้านทองอีกแห่งในห้างสรรพสินค้า จังหวัดนนทบุรี ได้เงินสดกลับไปกว่า 4 ล้านบาท

จากการตรวจสอบขยายผลเพิ่มเติมพบว่า ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา แก๊งสแกมเมอร์เวียดนามกลุ่มนี้ได้ก่อเหตุหลอกลวงผู้เสียหายชาวไทยไปแล้วถึง 18 ราย มูลค่าความเสียหายรวมกันมากกว่า 12 ล้านบาท ซึ่งพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานจนศาลอนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาในขบวนการรวม 7 ราย แบ่งเป็นชาวเวียดนาม 3 ราย และคนไทย 4 ราย
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาไว้ได้แล้ว 5 ราย ประกอบด้วย ผู้ต้องหาชาวเวียดนาม 2 ราย ได้แก่ MR.NGUYEN DINH SANG อายุ 29 ปี และ MS.THI THUYDUNG TRINH อายุ 25 ปี โดยจับกุมได้ขณะกำลังนำทองคำไปขายที่ร้านทอง ตรวจยึดของกลางเป็นทองคำแท่ง 14 แท่ง น้ำหนักรวม 27.50 บาท มูลค่ากว่า 1.7 ล้านบาท, เงินสด 66,500 บาท, โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง และรถยนต์เก๋ง 2 คัน

นอกจากนี้ ยังสามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวไทยได้อีก 3 ราย ได้แก่ น.ส.นริศรา อายุ 32 ปี ทำหน้าที่เบิกถอนเงินสด (จับกุมได้ที่ ถ.เคหะร่มเกล้า 37 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กทม.), นายสิทธิชาติ อายุ 29 ปี และ น.ส.วสุภาส์ อายุ 34 ปี ทำหน้าที่รับขายทองคำและส่งต่อเงินสด (จับกุมได้ขณะกบดานที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ย่าน ถ.สุขุมวิท ต.เนินพระ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง)
ทางด้าน พล.ต.ต.กานตพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาชาวเวียดนาม ให้การอ้างว่าถูกส่งตัวเข้ามาในประเทศไทยเพื่อคุมการทำงานของคนไทยในการซื้อทอง โดยการนำทองไปขาย ชาวเวียดนามจะเป็นคนไปคุมหรือขายเองเพื่อป้องกันคนไทยเชิดเงินหนี จากการตรวจสอบประวัติพบว่าเดินทางเข้าออกประเทศไทยหลายครั้ง และครั้งล่าสุดเดินทางเข้ามาเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา "ร่วมกันลักทรัพย์โดยลวงว่าเป็นเจ้าพนักงาน, รับของโจร, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, ร่วมกันเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์โดยมิชอบ, ร่วมกันกระทำการโดยมิชอบเพื่อให้ระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับหรือรบกวน" นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ส่วนผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอีก 2 ราย (ไทย 1 คน, เวียดนาม 1 คน) อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัว และจะทำการประสานตำรวจต่างประเทศเพื่อสืบสวนขยายผลล่าตัวการใหญ่ระดับบอสที่บงการอยู่เบื้องหลังต่อไป
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
