ตม. สแกนเข้ม 18 ชาติเสี่ยง! 2 เดือนเพิกถอนวีซ่า-ส่งกลับเกือบพันราย

สตม. ยกระดับมาตรการความมั่นคง สั่ง “สแกน-สกัด” 18 ชาติกลุ่มคู่ขัดแย้งและทุนเทาแฝงตัวพำนักไทย เผยสถิติ 2 เดือนแรกปี 69 เพิกถอนวีซ่าส่งกลับแล้วเกือบพันราย
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ขานรับนโยบายด้านความมั่นคง ยกระดับมาตรการคัดกรองชาวต่างชาติสัญชาติกลุ่มคู่ขัดแย้งจากสถานการณ์ตะวันออกกลางและกลุ่มทุนสีเทา หลังสังคมหวั่นกระทบการถือครองที่ดินและแหล่งชุมชนทั่วประเทศ เผยสถิติการเพิกถอนวีซ่าพุ่งสูงต่อเนื่อง ย้ำเน้นนักท่องเที่ยวคุณภาพเพื่อรักษาความปลอดภัยของบ้านเมือง

พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี รองผู้บัญชาการและโฆษกสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เปิดเผยว่า พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เรียกประชุมหน่วยงานความมั่นคงเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่อาจส่งผลกระทบต่อประเทศไทย โดยข้อมูลระบุว่าในปี 2568 มีชาวอิสราเอลเดินทางเข้าประเทศไทยสะสมกว่า 420,202 คน แม้ส่วนใหญ่จะเดินทางกลับแล้วแต่ยังคงมีผู้พำนักอยู่ประมาณ 30,000 คน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ สตม. ให้ความสำคัญและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันการแฝงตัวตั้งรกรากในระยะยาว
ภายใต้การสั่งการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้กำหนดมาตรการเชิงรุก 3 ด้านหลักเพื่อบริหารจัดการสถานการณ์ดังกล่าว ประกอบด้วย การเพิ่มความถี่ในการปรับปรุงฐานข้อมูลท้องถิ่น (Update ข้อมูลท้องถิ่น) โดยมุ่งเป้าในย่านที่พักอาศัยของชาวต่างชาติ 18 สัญชาติกลุ่มเสี่ยงและคู่ขัดแย้ง เพื่อประสานข้อมูลทางการข่าวร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง

ในส่วนของมาตรการหน้าด่านตรวจคนเข้าเมือง สตม. ได้ยกระดับการคัดกรองนักท่องเที่ยวกลุ่มสัญชาติคู่ขัดแย้ง โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางเข้ามาภายใต้สิทธิยกเว้นการตรวจลงตรา (Free Visa) โดยเจ้าหน้าที่ได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบแผนการเดินทาง ที่พัก และหลักฐานการเดินทางกลับอย่างละเอียด หากพบพิรุธหรือเข้าข่ายเป็นภัยต่อความมั่นคงจะดำเนินการปฏิเสธการเข้าเมืองทันที ซึ่งในช่วง 13 วันที่ผ่านมาได้มีการเรียกสัมภาษณ์เชิงลึกไปแล้วกว่า 870 ราย และมีการผลักดันกลับประเทศในรายที่มีความเสี่ยงสูงไปแล้วกว่า 30 ราย

ขณะเดียวกัน สตม. ยังได้ออกมาตรการช่วยเหลือสำหรับชาวต่างชาติที่ไม่สามารถเดินทางกลับประเทศได้เนื่องจากภาวะสงครามและการปิดน่านฟ้า โดยจะได้รับสิทธิยกเว้นค่าปรับกรณีอยู่เกินกำหนด (Overstay) และสามารถขอพำนักต่อได้ครั้งละ 30 วัน ภายใต้เงื่อนไขว่าต้องมีหนังสือรับรองจากสถานทูตประกอบการพิจารณาทุกราย เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้
สำหรับผลการดำเนินงานในการกวาดล้างชาวต่างชาติที่กระทำผิดกฎหมายและก่อความเดือดร้อนในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ พัทยา ภูเก็ต สมุย และพะงัน สถิติระบุว่าในปี 2568 มีการเพิกถอนวีซ่าไปแล้วกว่า 3,249 ราย และในปี 2569 นี้ เพียงช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ สตม. ได้ดำเนินการเพิกถอนวีซ่าและส่งกลับออกนอกประเทศไปแล้วถึง 972 ราย โดยโฆษก สตม. ย้ำทิ้งท้ายว่าเป้าหมายหลักคือการรักษามาตรฐาน “นักท่องเที่ยวคุณภาพ” หากพบพฤติการณ์ที่เป็นภัยต่อสังคมหรือแฝงตัวเข้ามาทำธุรกิจผิดกฎหมาย สตม. พร้อมดำเนินการทางกฎหมายและผลักดันออกนอกประเทศในทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
