1714559373388

1714559373388

มติ “กกต.” แจก ใบดำ-ใบแดง “สมชาย เล่งหลัก” ผู้สมัครสส.สงขลา ภูมิใจไทย รู้เห็นเป็นใจให้ลูกน้องเตรียมซื้อเสียง

เมื่อวันที่ 1พ.ค.67 เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เผยแพร่คำวินิจฉัยกกต.มีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของนายสมชาย เล่งหลัก ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 9  พรรคภูมิใจไทย ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.2561 มาตรา 73 (1) ประกอบมาตรา 138 วรรคหนึ่ง และให้ดำเนินคดีอาญาแก่ นายสมชาย เล่งหลัก นายวินัย บัวทอง และ พ.ต.อ.ถวัลย์ นคราวงศ์ ตามมาตรา 73 (3) ประกอบมาตรา 158 วรรคหนึ่งของกฎหมายเดียวกัน

เนื่องจากข้อเท็จจริงที่ได้จากการไต่สวนฟังได้ว่า วันที่ 13 พ.ค.66 เวลา10.00น. ริมถนนสายสนามบินข้างสำนักงานเทศบาลเมืองควนลัง หมู่ที่ 1 ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ได้ร่วมกันจับกุมนายวินัย  พร้อมด้วยของกลางเป็น บัญชีรายชื่อ และหมายเลขโทรศัพท์ของบุคคลในพื้นที่ต.ควนลัง ต.คลองแห ต.ทุ่งตำเสา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และ ต.ท่าข้าง ต.แม่ทอม ต.บางกล่ำ อ.บางกล่ำ จ.สงขลา จำนวน 16 แผ่น ในกระเป๋าสะพายสีดำที่ผู้ถูกกล่าวหาสะพายคาดอกไว้ และพบเงินสด จำนวน 1 แสนบาท รวมทั้งแผ่นพับหาเสียงเลือกตั้งของนายสมชาย จำนวน 2 ชุด อยู่ภายในรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ ของพ.ต.อ.ถวัลย์  ที่รอบตัวรถติดสติกเกอร์ หมายเลข 7 ซึ่งเป็นหมายเลขผู้สมัคร สส.ของนายสมชาย

และจากการไต่สวนพยานที่พบเห็นและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จับกุม ให้ถ้อยคำสอดคล้องกันว่านายวินัย รับว่าเป็นตัวแทนหัวคะแนน หาเสียงเลือกตั้งให้แก่นายสมชาย และระหว่างที่นายวินัยถูกจับกุมได้มีโทรศัพท์เข้ามาที่นายวินัย โดยปลายสายเป็นเสียงผู้หญิงพูด ในลักษณะว่าจะได้รับเงินเมื่อใด เนื่องจากมีคนมารออยู่ที่บ้านเพื่อรอรับเงินแล้ว และจากการไต่สวนพยานซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเคลื่อนที่เร็ว

ให้ถ้อยคำสอดคล้องกันว่า ขณะเข้าไปบริเวณที่ทำการสายตรวจตำบลควนลังพบเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และนายวินัย ซึ่งพยานได้ข่าวนายวินัยว่า  "พี่มาจากไหน มาทำอะไร” ซึ่งนายวินัยตอบว่า "ได้โควตามา 40 หัว” ประกอบกับนายวินัยให้ถ้อยคำว่า กระดาษที่มีรายชื่อบุคคลเป็นเอกสารรายชื่อที่เคยทำ ธุรกิจด้วยกันและจะนำไปเสนอกับผู้ใหญ่เพื่อแลกเงินคะแนนเสียงเลือกตั้ง สอดคล้องกับข้อมูลที่ปรากฏตาม บัญชีรายชื่อที่มีรายละเอียดเกี่ยวกับชื่อของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 9 จ.สงขลา พยานหลักฐาน จึงฟังได้ว่านายวินัยจัดเตรียมจะให้เงินแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนน ให้แก่นายสมชาย ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.2561มาตรา 73 (1)

นอกจากนี้จากการไต่สวนยังได้ความว่า พ.ต.อ.ถวัลย์ อ้างว่ารู้จักนายวินัย เพียงไม่กี่วัน ซึ่งนายวินัยได้เข้ามาขอความช่วยเหลือด้านการเงิน และตนได้มอบกุญแจรถยนต์ของตนเองให้นายวินัยขับกลับมาที่ร้านกาแฟดังกล่าว จากการตรวจสอบข้อมูลการใช้ โทรศัพท์ของพ.ต.อ.ถวัลย์พบว่าขณะจับกุมและหลังจับกุมพ.ต.อ.ถวัลย์ มีการติดต่อกับนายวินัยหลายครั้ง แสดงให้เห็นถึงความรู้จัก สนิทสนม และไว้วางใจนายวินัย ประกอบกับเมื่อพิจารณาจากบันทึกคณะกรรมการสืบสวนไต่สวน ลงวันที่ 27 มิ.ย.66 พบว่านายสมชาย เคยให้หมายเลขโทรศัพท์แก่ประธานคณะกรรมการสืบสวน และไต่สวนเมื่อครั้งที่มีการลงพื้นที่ตรวจสอบสาขาพรรคการเมืองประมาณช่วงเดือนก.พ.66 ก่อนที่จะมีการสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อใช้ในการติดต่อประสานงาน และเมื่อตรวจสอบข้อมูลทางการเงินของนายสมชายจากบัญชีของธนาคารกรุงไทย สาขาหาดใหญ่ พบว่ามีการเติมเงิน เข้าหมายเลขโทรศัพท์ดังกล่าว โดยใช้บัญชีธนาคารของนายสมชาย หลายครั้ง จึงเชื่อได้ว่าหมายเลข โทรศัพท์ดังกล่าวเป็นหมายเลขโทรศัพท์ของนายสมชาย อีกหมายเลขหนึ่ง และเมื่อตรวจสอบข้อมูลการใช้ โทรศัพท์ของพ.ต.อ.ถวัลย์ พบมีการติดต่อกับหมายเลขโทรศัพท์ของนายสมชาย ระหว่างวันที่ 3 เม.ย.- 30 พ.ค.66 จำนวนประมาณ 40 ครั้ง และติดต่อกับหมายเลขโทรศัพท์ของนายสมชายตามที่ปรากฏในบันทึกถ้อยคำของนายสมชาย จำนวนประมาณ 25 ครั้ง ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนและหลังเกิดเหตุการณ์ที่มีการจับกุมนายวินัยแสดงให้เห็นถึงความเกี่ยวข้อง สัมพันธ์ระหว่างบุคคลทั้งสาม

ส่วนกรณีที่พบเงินสดจำนวน 1 แสนบาทในรถยนต์พ.ต.อ.ถวัลย์ให้ถ้อยคำว่า เป็นเงินที่กู้ยืมมาจากพยานที่พ.ต.อ.ถวัลย์กล่าวอ้าง ซึ่งพยานคนดังกล่าวให้ถ้อยคำว่า ให้พ.ต.อ.ถวัลย์ผู้เข้ามารับเงินเมื่อวันที่ 12 พ.ค.66 เนื่องจากตนต้องเก็บเงินลูกค้ามาก่อน ช่วงค่ำจึงได้ส่งมอบเงินที่รวบรวมมาจากลูกค้าให้พ.ต.อ.ถวัลย์ เป็นธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท จํานวน 100 ฉบับ แต่เมื่อพิจารณาจากภาพถ่ายเงินของกลาง มีลักษณะ มัดเป็นปึกแน่นและรัดด้วยสายรัดธนาคารไทยพาณิชย์ มิได้มีลักษณะเป็นเงินที่เก็บรวบรวมมาจากลูกค้า ถ้อยคำของพ.ต.อถวัลย์และพยานในประเด็นดังกล่าวจึงไม่น่าเชื่อถือ กรณีจึงปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่านายสมชายก่อ สนับสนุน หรือรู้เห็นเป็นใจให้นายวินัยและพ.ต.อ.ถวัลย์จัดเตรียมเพื่อจะให้เงินแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเอง ซึ่งเป็นการทุจริตเลือกตั้ง อันเป็นการฝ่าฝืนพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสส.2561มาตรา 73 (1) ประกอบมาตรา 138วรรคหนึ่ง เป็นเหตุให้ผลการเลือกตั้งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับนายสมชายไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม.

 

Loading...
artwork-ads-ทุกความเสี่ยงภัย-2022---Banner800x450px


 พื้นที่โฆษณา

536787172603985922r5yr1268469613023

iTopPlus412899417381

494761908475002965194188979767

สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888

[[POS2]]
สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888