ด่วน! คุมตัว "ช่างเครื่อง-ผู้ช่วยคนขับรถไฟ" สอบเครียดชั้น 3 เจ้าตัวปิดปากเงียบสนิท

คณะพนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน คุมตัว "ช่างเครื่อง-ผู้ช่วยคนขับรถไฟ" ลากเข้าห้องประชุมชั้น 3 เค้นสอบปากคำเครียดหาข้อเท็จจริงปมชนสยอง 8 ศพแยกอโศก ด้านเจ้าตัวเดินก้มหน้ากบดานเงียบ เมินตอบคำถามกองทัพสื่อมวลชนที่จี้ถามปมขัดแย้ง "ใครเป็นคนกุมบังเหียนขับรถไฟสินค้ามรณะกันแน่" ตำรวจเร่งสแกนหน้าที่ปฏิบัติการหวังปลดล็อกคำให้การขัดแย้งระหว่างพนักงานป้อมยามและคนขับรถไฟ
(18 พฤษภาคม 2569) – ความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญระดับประเทศกรณีขบวนรถไฟสินค้าพุ่งชนรถประจำทางปรับอากาศ สาย 206 บริเวณทางผ่านเสนอระดับรถไฟมักกะสัน จนเป็นเหตุให้เกิดเพลิงไหม้ระเบิดวอดและมีผู้เสียชีวิตสลด 8 ราย ล่าสุดเมื่อเวลา 16.30 น. วันนี้ ที่สถานีตำรวจนครบาลมักกะสัน พ.ต.อ.ศักยะ แสงวรรณ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (รอง ผบก.น.1) พร้อมด้วยคณะพนักงานสอบสวนชุดใหญ่ และเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.มักกะสัน ได้ร่วมกันควบคุมตัว นายอุ้ม (นามสมมุติ) ช่างเครื่อง หรือผู้ช่วยคนขับรถไฟขบวนสินค้าคันเกิดเหตุ ออกจากห้องปฏิบัติการสืบสวนเพื่อนำตัวขึ้นไปยังห้องประชุมชั้น 3 ของสถานีตำรวจ ในการเดินหน้าเค้นสอบปากคำอย่างละเอียดและเคร่งเครียด
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศอย่างใกล้ชิดว่า ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรและฝ่ายสืบสวนกำลังควบคุมตัว นายอุ้ม ช่างเครื่องหรือผู้ช่วยคนขับรถไฟเพื่อเดินขึ้นห้องสอบสวนนั้น กองทัพสื่อมวลชนจากหลายสำนักที่ปักหลักรอทำข่าวต่างพยายามเข้ามารุมล้อมสัมภาษณ์ยิงคำถามแทงใจดำและจี้จุดประเด็นร้อนทันที โดยสื่อมวลชนได้ตะโกนถามว่า “ในวันเกิดเหตุโศกนาฏกรรม ตัวนายอุ้มได้นั่งอยู่ในห้องควบคุมขบวนรถไฟด้วยหรือไม่?” และคำถามสำคัญที่สังคมคาดหวังคือ “ในวินาทีปะทะชนวินาศนั้น สรุปแล้วใครเป็นคนที่ทำหน้าที่ขับรถไฟสินค้าตัวจริงกันแน่?” ทว่าตลอดระยะทางการเดิน นายอุ้มกลับปิดปากเงียบสนิท มีแววตาเคร่งเครียดและก้มหน้าหลบสายตาตลอดเวลา โดยปฏิเสธที่จะตอบคำถามใด ๆ หรือชี้แจงข้อเท็จจริงกับสื่อมวลชนแม้แต่คำเดียว ก่อนจะรีบเดินเข้าห้องประชุมชั้น 3 ไปทันที
อย่างไรก็ตาม การควบคุมตัวผู้ช่วยคนขับรถไฟมาสอบปากคำในคูหาปิดครั้งนี้ ถือเป็นแผนนโยบายสืบสวนเร่งด่วนของ พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1 ที่เพิ่งแถลงข่าวไปก่อนหน้านี้ เพื่อต้องการเน้นย้ำแกะรอยไปในเรื่องของหน้าที่การปฏิบัติงานบนขบวนรถไฟ และต้องการใช้ปากคำของช่างเครื่องรายนี้มาเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกและทำลายข้อขัดแย้งในคดี หลังจากที่พนักงานคุมป้อมไม้กั้นและพนักงานขับรถไฟหลักต่างให้การสาดโคลนขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิงในเรื่องระบบสัญญาณไฟและการโบกธงแดง ซึ่งทางตำรวจฝ่ายสืบสวนจะนำหลักฐานพยานบุคคลนี้ไปมัดและเทียบเคียงกับกล่องบันทึกความเร็วรถไฟเพื่อดำเนินคดีกับผู้บกพร่องตามกฎหมายขั้นเด็ดขาดต่อไป
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
