ญาติผู้ต้องขังเขาบินร้องสื่อฯถูกขังแดน SuperMax ก่อนเสียชีวิต

ครอบครัวร้องสื่อฯชายวัย 37 ปีหัวใจหยุดเต้นกระทันหัน ขณะถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำเขาบิน จังหวัดราชบุรี ก่อนส่งตัวเข้ารักษาที่โรงพยาบาลอยู่ห้องไอซียูไม่นานเสียชีวิต ขณะที่เรือนจำชี้แจงว่า ผู้ตายทำร้ายตัวเอง ญาติขอดูกล้องวงจรปิด ถูกเรือนจำบีบให้เซ็นเอกสารและจ่ายเงิน 100,000 บาทก่อนถึงจะเปิดกล้องให้ดู
วันนี้(14 มี.ค.68 )นายธวัชชัย (นามสมมติ) อายุ 33 ปีน้องชายของผู้ต้องขังเปิดเผยผ่านสื่อฯ ว่า พี่ชายของตน คือ นายศุภวัฒน์ อายุ 37 ปี ตกเป็นผู้ต้องหารับซื้อของโจรและศาลตัดสินจำคุก 4 ปี ที่เรือนจำสมุทรปราการต่อมาถูกย้านมาอยู่ที่เรือนจำกลางเขาบิน จังหวัดราชบุรี ซึ่งก่อนหน้านี้ที่ตนเคยเข้าเยี่ยมพี่ชายเล่าให้ฟังว่าถูกผู้คุมทำร้ายร่างกายอยู่เป็นประจำ ซึ่งต่อมา ทางเรือนจำแจ้งว่า ต้องส่งตัวพี่ชายเข้ารักษาตัวที่โรงบาลราชบุรีในวันที่ 7 ก.พ.68 เป็นการเร่งด่วน

เนื่องจากมีอาการชักเกร็ง น้ำลายฟูมปากและ ภาวะหัวใจหยุดเต้น ซึ่งทางเรือนจำ อ้างว่าพี่ชายทำร้ายร่างกายตัวเอง หลังจากรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลโดยอยู่ห้อง ICU จะใส่เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา ซึ่งต่อมาพี่ชายเสียชีวิตในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568 หน่วยรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 10 กว่าวัน
จากนั้นทางญาติ จึงติดต่อไปที่เรือนจำเพื่อดูกล้องวงจรปิดภายในเรือนจำ ทางเรือนจำได้ให้เซ็นเอกสารข้อตกลงว่าไม่ติดใจเอาความถึงจะเปิดกล้องวงจรปิดให้ดู แต่ทางญาติขอแก้ข้อตกลงว่า ติดใจเอาความ พูดคุยต่อรองกันอยู่พักใหญ่ทางเรือนจำจึงยอมเปิดกล้องวงจรปิดให้ดู ซึ่งพบว่า พี่ชายนอนอยู่บนเตียงถูกมัดแข้งมัดขา โดยเจ้าหน้าที่ของเรือนจำอ้างว่า พี่ชายชอบคลุ้มคลั่งทำร้ายตัวเองและทำร้ายคนอื่น ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีเหตุการณ์ชกต่อยกับเพื่อนผู้ต้องขังด้วยกันและก็อยู่ในเหตุการณ์จลาจลระหว่างผู้ต้องขังบ้านใต้และผู้ต้องขังบ้านภาคกลางด้วย

หลังได้ดูกล้องวงจรปิด มีนักข่าวในพื้นที่ติดต่อมาขอสัมภาษณ์เพื่อทำข่าวของพี่ชายตน โดยระหว่างนั่งสัมภาษณ์ ทางนักข่าวก็เปิดกล้องวงจรปิดตัวเดียวกันกับที่ตนได้ดูและตนเพิ่งมาสังเกตว่า วันและเวลาใรกล้อง ไม่ใช่วันที่เกิดเหตุ 7 กุมภาพันธ์ 2568 แต่เป็นวันที่ 21 ธันวาคม 2567 ,, ตนจึงกลับไปติดต่อที่เรือนจำเพื่อขอดูกล้องวงจรปิดอีกรอบโดยระบุว่าขอดูวันที่ 5 - 6 - 7 กุมภาพันธ์ 2568 ปรากฏว่า ทางเรือนจำมีเอกสารมาให้ตนเซ็น โดยอ้างว่าเป็นค่าเสียหาย ที่พี่ชายตนก่อเหตุความวุ่นวายและทำลายทรัพย์สินของเรือนจำเป็นเงิน 100,000 บาท ตนไม่มีเงิน ถึงไม่ได้จ่ายให้กับทางเรือนจำและไม่ได้ดูกล้องวงจรปิดตามที่ต้องการ
โดยนายธวัชชัย บอกอีกว่า ตนเชื่อว่าพี่ชายน่าจะถูกทำร้ายร่างกายจนตาย ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของผู้คุมหรือเพื่อนผู้ต้องขังด้วยกัน จึงอยากร้องเรียนผ่านสื่อให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น พี่ชายตนถูกตัดสินโทษจำคุก 4 ปีและกำลังจะได้พ้นโทษอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ แต่กลับต้องมาเสียชีวิตก่อน
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
