ชาวอำเภอหนองแซง ร่วมประชุมคัดค้านการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไม่เอาแนวคันดินต้องยกสูงเท่านั้น


ชาวบ้านชุมชนชาวอำเภอหนองแซงร่วมประชุมคัดค้านการก่องสร้างรถไฟความเร็วสูง ไม่เอาแนวคันดิน ยกสูงเท่านั้น ขอแก้แบบรางคันดิน ที่จะทำลายวิถีชีวิตท้องถิ่นแต่ ยังสนับสนุนการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูง ไทย-จีน ของรัฐบาล ถือโครงการก่อสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ แต่อย่าทำลายวิถีชีวิตชุมชน ขอเพียงให้แก้แบบเป็น รางลอยฟ้า เท่านั้น



วันที่ 14 มกราคม 2568 เวลา 10.00 น.ที่บริเวณห้องประชุมเทศบาลตำบลหนองแซง อ.หนองแซง จ.สระบุรี ชาวบ้าน และชุมชนตลาดอำเภอหนองแซง นำโดย นายสมชาย สาตรา แกนนำชาวบ้าน คณะกรรมการชุมชนเทศบาลตำบลหนองแซง ฯ และผู้นำชุมชน พร้อมด้วยนายนพดล ตุรงค์เรือง นายกเทศมนตรีตำบลหนองแซง ร่วมเข้าร่วมประชุมสรุปผลฟังความคืบหน้าการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูง ไทย-จีน ของรัฐบาล ที่มีการเตรียมการก่อสร้างในเขตพื้นที่ อ.หนองแซงโดยมีตัวแทนชาวบ้านแสดงความคิดเห็นถึงปัญหาที่ได้รับผลกระทบที่การรถไฟหรือผู้ดำเนินการโครงการไม่เคยแจ้งรูปแบบของการก่อสร้าง หรือรับฟังเสียง ของประชาชนในพื้นที่ ที่อาจได้รับผลกระทบ หรือแจ้งให้




ประชาชนในพื้นที่ทราบแม้กฤษฎีกา การเวนคืนที่ดินออกมาแล้ว แต่ไม่มีผลการเปลี่ยนแปลง หากมีการแก้แบบการก่องสร้างรางรถไฟ ขอให้การรถไฟความเร็วสูง ไทย-จีน สร้างตอหม้อ ยกรางสูง ไม่เอาทางแบบคันดิน จะทำให้เกิดปัญหาแล้วผลกระทบในตลาดชุมชนและการสัญจรของพี่น้องประชาชน และเป็นผลกระทบต่อชุมชนสำคัญอย่างยิ่งด้านการสัญจรของประชาชนที่ไปมาในการซื้อของในตลาดอำเภอหนองแซง และผลการดำรงชีวิตของคนในชุมชน และชาวบ้านในการสัญจร และอาจจะมีผลกระทบในภาวะน้ำท่วมได้ซึ่งชาวบ้านได้ยื่นเอกสารข้อเสนอให้กับผู้ดำเนินการการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงระงับการดำเนินการไปก่อน และชาวบ้านพร้อมส่งตัวแทนเข้าไปยื่นหนังสือที่กรุงเทพฯ หากจะยังดำเนินการโดยไม่ฟังเสียงประชาชนในพื้นที่

ด้านนายสมชาย สาตรา แกนนำชาวบ้านเล่าว่า วันนี้ชาวบ้านได้รวมตัวกันมาประชุมสรุปผลในการต่อสู้เรื่องรถไฟความเร็วสูงตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ซึ่งการก่อสร้างทางรถไฟแทนที่จะเป็นการยกสูงเหมือนพื้นที่อื่นๆ แต่กลับมาเป็นก่อสร้างแบบแนวคันดินผ่านชุมชนไป ซึ่งวันนี้จึงมาสรุปผลการต่อสู้ที่ผ่านมา 2 ปีได้อะไรกลับมาบ้าง ซึ่งสิ่งที่ประชาชนชาวหนองแซงต้องการคือ ไม่ต้องการแบบคันดิน ไม่ต้องการบล็อกที่เป็นรูๆที่ทางรถไฟจัดให้ เราต้องการตอหม้อเตี้ย 7 เมตรระยะทาง 2 กม.ในเขตเทศบาล ซึ่งมีการต่อรองกันมาเป็นระยะเวลา 2 ปีแต่ทางรถไปไม่ยอมให้ ซึ่งทั้งที่จริงแล้วทางการรถไฟทำไม่ถูกต้องขั้นตอนคือไม่ได้ทำประชาคม คือไม่มีการสอบถามชาวบ้านว่าต้องการแบบไหน อยู่ๆก็เอาคันดินมาลงในพื้นที่ ซึ่งถ้าไปลงบริเวณที่เป็นพื้นนาก็จะไม่มีใครว่าอะไร ซึ่งการที่นำมาผ่านชุมชุนพวกเรารับไม่ได้ ทำให้วิถีชีวิตชุมชนเปลี่ยนไป เกิดความเดือดร้อนแน่นอนในอนาคตข้างหน้า ซึ่งทางเราได้ร้องเรียนไปทุกๆหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และตอนนี้ก็ได้ประสานกับสภาทนายความไว้แล้วและได้มีการรับเรื่องไว้แล้ว และในวันที่ 24 มกราคม ที่จะถึงนี้ทางสภาทนายความนัดให้เอาข้อมูลไปยื่นให้ ว่าทางเราจะมีการดำเนินการอย่างไรจะฟ้องร้องศาลปกครอง และดำเนินการฟ้องตามแนวทางปกติ ซึ่งทางเราได้ยื่นหนังสือกับทางรถไฟก็หลายครั้งแล้ว ยื่นที่กระทรวงคมนาคมก็หลายครั้งแล้ว แต่ทางการรถไฟไม่รับฟังความคิดเห็นทางประชาชนเลย คำตอบที่ได้รับคือเขาต้องการจะสร้างในสิ่งที่เขาต้องการ ทำให้ผิดเงื่อนไขมาตั้งแต่แรกแล้ว ซึ่งถ้าฟังชาวบ้านเรื่องก็จะไม่เดือดร้อนถึงทุกวันนี้ ซึ่งตอนนี้ทางการรถไฟได้เตรียมการก่อสร้างแล้ว ซึ่งชีวิตความเป็นอยู่ของเราที่อยู่กันมานานเป็นวิถีชีวิตที่สงบสุขเป็นแบบนี้มาโดยตลอด ซึ่งถ้าจะทำทางรถไฟความเร็วสูงนั้นเราไม่ได้คัดค้านความเจริญของบ้านเมืองแต่การที่เอาคันดินมาลงผ่าชุมชนเรา ทางเรารับไม่ได้เพราะคันดินสูงใหญ่มาก และถ้ามาแนวคันดินก็จะเกิดการแงแยกระหว่างชุมชนกับส่วนราชการการเดินทางก็จะลำบาก



ทางด้านนางสาวทิพาพร ไตรทอง ตัวแทนชาวบ้าน เผยว่าสิ่งที่ชาวบ้านต้องการคือทางเราต้องการ โครงสร้างรางรถไฟแบบตอหม้อเตี้ย คือปัญหาที่ทางการรถไฟจะสร้างแบบคันดิน ก็มีการเสนอแบบที่เป็นแบบ บล็อกเป็นช่องๆไว้ การเสนอแบบเป็นแบบนี้เราเห็นแล้วว่าการที่แก้ปัญหาอย่างหนึ่งเพื่อให้เกิดปัญหาอีกอย่างหนึ่งนั้น มันควรที่จะทำให้ถูกต้องตั้งแต่ทีแรกเลย การที่จะทำให้มีช่องเว้นระยะห่าง 12 เมตรปัญหาที่จะตามมาก็คือในเรื่องของจุดอับสายตาในเวลากลางคืน จะกลายเป็นที่อยู่ของคนเร่รอน ที่จอดรถที่ไม่ใช้งานแล้วและจะเกิดปัญหาอื่นๆตามมาอีกมากมาย ซึ่งปัญหาเหล่านี้ชุมชนไม่สามารถที่จะแก้ไขได้ เพราะจะกลายเป็นพื้นที่ในส่วนของการรถไฟ ในสิ่งที่ทางชาวบ้านต้องการก็คือ ขอเป็นตอหม้อเตี้ยสูงประมาณ 7 เมตรคือสูงในระดับเดียวกับคันดิน คือไม่ต้องการที่สูงจนพ้นทัศนวิสัยไปเลย คือมีความสูงโปร่ง ปลอดภัยในการที่จะอยู่อาศัยเหมือนเดิม สิ่งที่เราเรียกร้องก็ไม่ได้แพงจนเกินความจำเป็นเลย ซึ่งก็ไม่เข้าใจว่าทำไมการรถไฟจึงไม่ตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของเรา ซึ่งตอบกลับมาแบคำเดียวว่าเขาตอกเสาเข็มแล้วจะไม่มีการขยับไปไหน ซึ่งทางการรถไฟไม่รับฟังเสียงของชาวบ้านเลย ซึ่งการทำทางรถไฟแบบคันดินก็จะก่อให้เกิดการแบ่งแยกในชุมชน จากการก่อสร้างทางรถไฟรางคู่ผ่านชุมชนในหลายๆพื้นที่แล้ว
ชาญวิทย์ คำนวนวุฒิ จังหวัดสระบุรี
โทร 0654348988
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
