ชาวพังงาค้านหนัก!โครงการดึงน้ำคลองพังงาผลิตประปาส่งภูเก็ต หวั่นกระทบสิ่งแวดล้อมและเกษตรกร
z-z398257669227.webp)
ชาวพังงาเดือดร้อนหนักรวมตัวคัดค้านโครงการดึงน้ำ “คลองพังงา” ผลิตประปาส่งจังหวัดภูเก็ต วงเงินงบประมาณกว่า 3,000 ล้านบาท หลังพบการขุดเจาะริมถนนเพชรเกษมวางท่อขนาดใหญ่ 1 เมตร หวั่นกระทบระบบนิเวศ น้ำเค็มรุก และซ้ำเติมวิกฤตแล้งเกษตรกร ด้าน กปภ. ยันโครงการคืบหน้าไปแล้ว 20% พร้อมสร้างสระเก็บน้ำปูพื้นป้องกันน้ำใต้ดิน ด้านชาวบ้านจี้รัฐชะลอโครงการ หันทำฝายและอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กแก้ปัญหาความยั่งยืน

วันที่ 5 สิงหาคม 2569 บรรยากาศในพื้นที่จังหวัดพังงาร้อนระอุขึ้นมาทันที หลังชาวบ้านและกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่พากันออกมาแสดงจุดยืนคัดค้านโครงการดึงน้ำจากคลองพังงาไปผลิตน้ำประปาส่งให้กับจังหวัดภูเก็ตอย่างรุนแรง สืบเนื่องจากพบการดำเนินการขุดเจาะริมถนนเพชรเกษมสายพังงา–โคกกลอย เพื่อเตรียมวางท่อประปาขนาดใหญ่เส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เมตร ซึ่งสร้างความวิตกกังวลเป็นวงกว้างต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ รวมถึงการใช้น้ำของประชาชนในพื้นที่ โดยโครงการดังกล่าวมีแผนใช้น้ำดิบจากคลองพังงา พร้อมจัดซื้อที่ดินขุดสระน้ำสำรองขนาดใหญ่ประมาณ 100 ไร่ เพื่อกักเก็บน้ำสำหรับกระบวนการผลิตประปา

นายสมยศ ตัวแทนกลุ่มองค์กรผู้ใช้น้ำคลองพังงา เปิดเผยถึงสถานการณ์ดังกล่าวว่า ชาวบ้านได้รวมตัวกันคัดค้านโครงการนี้มาตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2563 จนกระทั่งทางการประปาส่วนภูมิภาคได้ชะลอโครงการไปช่วงหนึ่ง แต่ล่าสุดกลับพบว่าโครงการได้ถูกรื้อฟื้นและเดินหน้าต่อด้วยงบประมาณสูงถึงกว่า 3,000 ล้านบาท มีการนำเครื่องจักรเข้ามาขุดฝังท่อประปาและเตรียมก่อสร้างสถานีผลิตน้ำประปาขนาดใหญ่ริมคลองพังงา

นายสมยศกล่าวต่อด้วยความอัดอั้นตันใจว่า “ชาวบ้านรู้สึกเหมือนถูกข่มขืนใจ เพราะที่ผ่านมาในช่วงหน้าแล้ง คลองพังงามีสภาพตื้นเขิน น้ำในคลองลดลงจนเกิดการดึงน้ำซับและน้ำใต้ดินจากพื้นที่ใกล้เคียง ส่งผลให้ชาวบ้านที่ใช้น้ำบ่อและเกษตรกรได้รับความเดือดร้อนอยู่แล้ว หากมีการดึงน้ำจากคลองพังงาไปเพิ่มเติม ก็จะยิ่งซ้ำเติมปัญหาให้หนักขึ้น รวมถึงน้ำเค็มจะทะเลก็จะขึ้นมาสูงขึ้นเพราะน้ำจืดไหลลงน้อย” พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลสั่งชะลอโครงการนี้ออกไปก่อน และหันมาดำเนินโครงการที่ตรงกับความต้องการที่แท้จริงของประชาชน คือการสร้างฝายน้ำล้นเป็นช่วง ๆ ในคลองพังงา และการสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก เพื่อช่วยกักเก็บน้ำ รักษาความชุ่มชื้นของดิน และเพิ่มปริมาณน้ำใต้ดินในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อชุมชนและภาคการเกษตรในระยะยาวมากกว่า

ในขณะเดียวกัน นายวินัย อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคกรีน และตัวแทนเกษตรกรในพื้นที่ ได้เดินทางเข้าพบ นายสิงหะนาท ธานีรัตน์ ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาคสาขาพังงา เพื่อทวงถามความชัดเจนและขอคำชี้แจงเกี่ยวกับรายละเอียดของโครงการดังกล่าว


ทางด้าน นายสิงหะนาท ผู้จัดการ กปภ.สาขาพังงา ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงว่า โครงการน้ำประปาพังงา–ภูเก็ต ได้มีการลงนามเซ็นสัญญาเริ่มต้นโครงการไปเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา และในปัจจุบัน (สิงหาคม 2569) โครงการมีความคืบหน้าไปแล้วประมาณร้อยละ 20 โดยตัวโครงการจะใช้น้ำดิบจากคลองพังงาเข้าสู่กระบวนการผลิต และจะมีการจัดซื้อที่ดินบริเวณด้านล่างฝายประมาณ 100 ไร่ เพื่อก่อสร้างเป็นสระเก็บน้ำสำรอง ตามรายละเอียดทางวิศวกรรมระบุว่า สระเก็บน้ำดังกล่าวจะมีความลึกประมาณ 8 เมตร และมีการปูพื้นสระทั้งหมดเพื่อป้องกันปัญหาการดึงน้ำจากพื้นที่ใกล้เคียงเข้ามา ซึ่งทางการประปามั่นใจว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำใต้ดินรอบข้างอย่างแน่นอน

สำหรับแนวทางการวางท่อส่งน้ำ จะเริ่มต้นจากสถานีผลิตน้ำนบปริง ลัดเลาะผ่านตำบลตากแดด ออกสู่บริเวณปั๊มน้ำมันราชพฤกษ์ และวางแนวท่อไปตามด้านซ้ายของถนนเพชรเกษมฝั่งขาเข้าจังหวัดภูเก็ต ซึ่งทางการประปาส่วนภูมิภาคระบุว่า ได้ทำความตกลงร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ที่แนวท่อพาดผ่านเรียบร้อยแล้ว ทั้งในรูปแบบการรับถ่ายโอนเพื่อขยายเขตบริการ และการขายน้ำให้ท้องถิ่นนำไปบริหารจัดการต่อในพื้นที่

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางคำชี้แจงของทางการประปา แต่ทางกลุ่มชาวบ้านและเครือข่ายองค์กรผู้ใช้น้ำคลองพังงายืนยันชัดเจนว่าจะยังคงติดตามความเคลื่อนไหวของโครงการนี้อย่างใกล้ชิดต่อไป พร้อมทั้งเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐเปิดเผยข้อมูลรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ปริมาณน้ำต้นทุนที่แท้จริง และเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่อย่างรอบด้านและโปร่งใส ก่อนที่จะดำเนินโครงการขั้นเด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายและผลกระทบระยะยาวต่อทรัพยากรน้ำและวิถีชีวิตดั้งเดิมของคนพังงาในอนาคต
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
