ชาวบ้านร้อง! ปิดประตูน้ำทำน้ำคลองเจ๊กราชบุรีเน่าเสีย ปลาลอยตายเกลื่อนส่งกลิ่นเหม็นทั่วคลอง
z-z583889733591.webp)
ความเดือดร้อนลามหนัก! ชาวบ้านหมู่ 3 และหมู่ 4 ตำบลหลุมดิน อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ร้องสื่อได้รับผลกระทบอย่างหนักจากปัญหาน้ำในคลองเจ๊กเน่าเสียสะสม น็อกปลาลอยตายเกลื่อนเต็มคลองจนส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่ว ชี้สาเหตุหลักเกิดจากการปิดประตูน้ำกั้นน้ำทะเลหนุนทำให้น้ำในคลองขังนิ่งไร้การเจือจาง วอนหน่วยงานท้องถิ่นและชลประทานเร่งลงพื้นที่หาทางออกเปิด-ปิดประตูน้ำเป็นเวลาเพื่อบรรเทาทุกข์

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนชาวบ้านในพื้นที่หมู่ที่ 3 และหมู่ที่ 4 ตำบลหลุมดิน อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ว่าขณะนี้สถานการณ์น้ำใน “คลองเจ๊ก” ซึ่งเป็นคลองระบายน้ำทิ้งขนาดใหญ่ และเป็นจุดรวมน้ำเสียจากหลายสายที่ไหลมารวมกันในพื้นที่ลุ่มต่ำก่อนจะระบายออกสู่แม่น้ำแม่กลอง เกิดภาวะเน่าเสียอย่างรุนแรงต่อเนื่องมาเป็นเวลาประมาณ 5 วันแล้ว ส่งผลให้สัตว์น้ำและปลาในคลองน็อกน้ำลอยตายเกลื่อนจำนวนมาก ส่งกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ จนตอนนี้ปลาในคลองแทบจะสูญพันธุ์หมดแล้ว ผู้สื่อข่าวจึงรุดลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริง

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณคลองดังกล่าว พบว่าเป็นคลองระบายน้ำทิ้งขนาดใหญ่ ซึ่งมีระบบประตูน้ำสำหรับปิด-เปิดควบคุมน้ำก่อนไหลออกสู่แม่น้ำแม่กลอง สภาพน้ำภายในคลองมีสีดำคล้ำส่งกลิ่นเหม็นเน่าอย่างรุนแรง และตลอดแนวลำคลองเต็มไปด้วยซากปลาหลากหลายชนิดลอยตายเกลื่อนจำนวนมหาศาล

จากการสอบถามข้อมูลจากชาวบ้านในพื้นที่เปิดเผยว่า ปลาเริ่มทยอยลอยตายมาหลายวันแล้ว ชาวบ้านต้องช่วยกันเดินเก็บซากปลาทิ้งวันละหลายกิโลกรัมเพราะทนต่อกลิ่นเหม็นเน่าไม่ไหว โดยสาเหตุหลักมาจากมีผู้ไปทำการปิดประตูน้ำเพื่อไม่ให้น้ำจากแม่น้ำแม่กลองไหลย้อนเข้ามาในช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูง แต่เมื่อทำการปิดประตูน้ำกั้นไว้ ประกอบกับน้ำในคลองน้ำทิ้งมีปริมาณน้อยและแห้งขอด ยิ่งทำให้สารอินทรีย์และน้ำเสียเกิดการหมักตัวจนเน่าสนิท ส่งผลให้ปริมาณออกซิเจนในน้ำหมดลงอย่างรวดเร็วและทำให้ปลาตายยกคลอง ทั้งนี้ ชาวบ้านระบุว่าปกติคลองแห่งนี้มักจะมีน้ำเสียเป็นประจำทุกปีเนื่องจากเป็นทางผ่านน้ำทิ้ง แต่ไม่เคยรุนแรงถึงขั้นมีปลาตายจำนวนมากขนาดนี้มาก่อน ซึ่งครั้งนี้ถือว่าหนักที่สุดในรอบหลายปี

ด้าน นางเบญจา อายุ 68 ปี ตัวแทนชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณริมคลองดังกล่าว ได้สะท้อนความเดือดร้อนว่า อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยปรับเปลี่ยนวิธีการบริหารจัดการน้ำ โดยเฉพาะการเปิด-ปิดประตูน้ำให้มีเวลาที่เหมาะสม โดยเฉพาะในช่วงที่น้ำทะเลหนุน ก็ควรจะเปิดประตูน้ำเพื่อให้มวลน้ำดีจากแม่น้ำแม่กลองไหลเข้ามาช่วยเจือจางน้ำเสีย และช่วยดันน้ำเน่าเสียให้ออกไปได้ แต่ในปัจจุบันเมื่อระดับน้ำในแม่น้ำกับน้ำในคลองเท่ากัน ทำให้มวลน้ำไม่สามารถไหลไปไหนได้ น้ำจึงเกิดภาวะขังนิ่งและเน่าเสียจนทำให้ปลาตายเป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ ชาวบ้านยังสะท้อนปัญหาอุปสรรคในการประสานงานว่า หากชาวบ้านต้องการจะให้เปิดประตูน้ำเพื่อระบายหรือบรรเทาความเดือดร้อน จะต้องเดินทางไปแจ้งเรื่องที่โครงการชลประทาน อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมีข้อมูลว่าทางชลประทานได้มอบลูกกุญแจประตูน้ำให้ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบดำเนินการแทน แต่ปรากฏว่าผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลไม่ได้พักอาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว ทำให้ไม่ทราบถึงปัญหาความเดือดร้อนที่แท้จริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ชาวบ้านจึงอยากวิงวอนให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นชลประทานหรือผู้นำท้องถิ่น ลงพื้นที่มาตรวจเยี่ยมและช่วยแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน พร้อมทั้งวางมาตรการป้องกันระยะยาวไม่ให้เกิดเหตุการณ์น้ำเน่าปลาตายซ้ำซาก เพื่อบรรเทาทุกข์และช่วยฟื้นฟูคุณภาพน้ำในคลองหลุมดินให้กลับคืนสู่สภาพปกติโดยเร็วที่สุด
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
