ชาวบ้าน-องค์กรเอกชน-นักวิชาการค้านหัวชนฝา"ฝายดักตะกอน"ชี้ไม่ได้ผล เปลืองงบฯ ทำลายระบบนิเวศน์

วันที่ 28 ต.ค.68 สมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิตได้เผยแพร่ข้อความว่าทางสมาคมได้ร่วมกับมูลนิธิร่มโพธิ์ กลุ่มรักษ์แม่น้ำกก และอาจารย์ ดร.สืบสกุล กิจนุกร จากมหาวิทลายัยแม่ฟ้าหลวง ได้จัดเวทีเพื่อรวบรวมสภาพปัญหาและผลกระทบจากเหมืองปล่อยสารพิษในแม่น้ำกกพื้นที่หมู่บ้านท่าตอน หมู่บ้านแม่เมืองน้อย หมู่บ้านเมืองงามเหนือ หมู่บ้านเมืองงามใต้ และหมู่บ้านสบงาม ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เพื่อนำข้อเสนอไปสู่ภาครัฐ

ซึ่งข้อมูลที่ได้รับพบว่าประชาชนที่อยู่ในภาคการท่องเที่ยว การเกษตร และการประมง ต่างได้รับผลกระทบจากแม่น้ำกกปนเปื้อนสารพิษกันโดยถ้วนหน้า โดยเฉพาะการไม่สามารถใช้น้ำจากแม่น้ำกกเพื่อการอุปโภคบริโภคได้เลย
ปัจจุบันชาวบ้านต้องหันไปใช้น้ำจากลำน้ำสาขาหรือระบบประปาภูเขาแทนซึ่งก็มีความขาดแคลนน้ำอย่างหนักเช่นกัน ชาวบ้านในหลายชุมชนต้องแบกรับภาระในการซื้อน้ำในราคาสูงถึง 200 บาทต่อน้ำ 1,000 ลิตร ทำให้การขนาดแคลนน้ำสะอาดเพื่อการอุปโภคบริโภคกลายเป็นปัญหาสำคัญเร่งด่วนที่สุด

นอกจากนี้ชาวบ้านยังได้แสดงจุดยืนคัดค้านแผนการสร้างฝายดักตะกอนในแม่น้ำกก เพราะเห็นว่าเป็นการแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงกับความต้องการของชุมชนและเกรงว่าโครงการฝายดักตะกอนจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ หลังจากได้รับแจ้งว่ารัฐบาลมีโครงการจะก่อสร้างฝายดักตะกอนจำนวน 4 ฝาย ในพื้นที่แม่น้ำกกเขต อ.แม่อาย เป็นมูลค่า 173 ล้านบาท

โดยชาวบ้านเสนอว่าควรนำงบประมาณดังกล่าวไปจัดสร้างระบบประปาบ่อบาดาลน้ำลึกให้กับชาวบ้านทั้ง 19 หมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบมากกว่า เพื่อให้ชาวบ้านมีน้ำสะอาดเพื่อการอุปโภคบริโภค รวมทั้งขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องช่วยประสานงานกับกรมป่าไม้หรือกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพราะพื้นที่ที่จะเจาะบ่อบาดาลอยู่ในเขตดังกล่าว

สมาคมฯ ระบุอีกว่าล่าสุดกรมทรัพยากรน้ำได้ประกาศจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเพื่อทบทวนแนวทางการแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำในพื้นที่แม่น้ำกกและแม่น้ำสายในวันที่ 10 พ.ย.2568 ที่ อ.แม่อาย และวันที่ 11 พ.ย.2568 ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงราย แต่ชาวบ้านยืนยันว่าจะเข้าร่วมแสดงเจตนารมในทั้ง 2 เวที เพื่อแสดงพลังคัดค้านและยืนยันว่าจะไม่เอาฝายดักตะกอน โดยจะย้ำให้ภาครัฐเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำอุปโภคบริโภคซึ่งสำคัญเร่งด่วนที่สุดก่อน

ด้านนายสมเกียรติ เขื่อนเชียงสา นายกสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต เปิดเผยว่าตามปกติการสร้างเขื่อนหรือฝายจะมีวัตประสงค์เพื่อการชลประทานหรือผลิตกระแสไฟฟ้าแต่ครั้งนี้กลับเป็นการสร้างเพื่อดัดตะกอนและสารพิษที่เป็นโลหะหนัก ซึ่งโดยส่วนตัวตนเห็นว่กลับจะทำลายระบบนิเวศน์เพราะจะกลายเป็นแหล่งกักเก็บสารพิษที่ทำลายแห่งน้ำ พันธุ์พืช พันธุ์ปลา และแหล่งที่อยู่อาศัยและอพยพของปลา ตนเห็นว่าควรใช้งบประมาณเพื่อการเจรจากับรัฐบาลประเทศเมียนมา จีนและชนกลุ่มน้อยว้าแดงจะดีกว่า
Cr.เพจท้องถิ่นนิวส์
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
