ชงคุมเข้ม! ยุติธรรมชูเกณฑ์คุกขั้นต่ำโทษประหารชีวิตต้องจำคุก 25 ปีก่อน-ตลอดชีวิตต้องจำ 20 ปี ถึงเลื่อนชั้นได้
(3)z-z1129194437292.webp)
กระทรวงยุติธรรม ถกปรับเกณฑ์รับโทษจริงจำคุกขั้นต่ำ ชงประหารชีวิตต้องจำคุกไม่น้อยกว่า 25 ปี จำคุกตลอดชีวิตไม่น้อยกว่า 20 ปี ก่อนมีสิทธิ์เลื่อนชั้นนักโทษ "พ.ต.ท.ประวุธ" ยันยังไร้ข้อสรุปยุติ ขณะที่กรมราชทัณฑ์เตรียมพร้อมขานรับ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข (กฎหมายนิรโทษกรรม) เร่งเปิดช่องทางรับเรื่องร้องขอ คาดมีผู้ต้องขังคดีการเมืองเข้าเกณฑ์ทั่วประเทศไม่ถึง 10,000 ราย
เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 ที่กระทรวงยุติธรรม มีการประชุมคณะทำงานทบทวนและพัฒนาประสิทธิภาพการบังคับโทษทางอาญา และทบทวนมาตรการป้องกันการกระทำผิดซ้ำ ครั้งที่ 2/2569 เพื่อสรุปผลและวางกรอบร่างกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด และเงื่อนไขการปล่อยตัว โดยมี พล.ต.ท.สายเพชร ศรีสังข์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และ ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เข้าร่วมหารืออย่างเคร่งเครียดเป็นเวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที
ภายหลังการประชุม พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า การประชุมในวันนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปที่เป็นที่สุด อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวในที่ประชุมระบุว่า ได้มีการเสนอกรอบอัตราโทษขั้นต่ำที่ผู้ต้องขังคดีร้ายแรงต้องรับโทษจริงในเรือนจำก่อนจะได้รับสิทธิ์ปรับเลื่อนชั้นนักโทษ โดยเสนอให้ ผู้ต้องโทษประหารชีวิต ต้องถูกคุมขังมาแล้วไม่น้อยกว่า 25 ปี และ ผู้ต้องโทษจำคุกตลอดชีวิต ต้องถูกคุมขังมาแล้วไม่น้อยกว่า 20 ปี นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด จึงจะสามารถเลื่อนชั้นนักโทษในกรณีปกติหรือกรณีพิเศษได้
ขณะเดียวกัน ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้กล่าวถึงบทบาทของกรมราชทัณฑ์หลังการประกาศใช้ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 (กฎหมายนิรโทษกรรม) ในราชกิจจานุเบกษาว่า กรมราชทัณฑ์มีหน้าที่อำนวยความสะดวกและรวบรวมรายชื่อผู้ต้องขัง ตามมาตรา 6 โดยเปิดช่องทางรับเรื่องร้องขอการนิรโทษกรรมจากผู้ต้องขังและญาติ สำหรับผู้ต้องขังในคดีที่มีมูลเหตุเกี่ยวโยงทางการเมืองระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2548 ถึง 16 กรกฎาคม 2568
ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์ยังต้องรอคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกฯ เป็นประธาน ร่วมกับ รมว.ยุติธรรม ปลัดกระทรวงยุติธรรม เลขาฯ กสม. และผู้ทรงคุณวุฒิจากฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ที่ประชุมอธิบดีแห่งประเทศไทย และภาคประชาสังคม ร่วมประชุมจัดทำกรอบหลักเกณฑ์ภายใน 30 วันนับจากกฎหมายมีผลบังคับใช้ และคาดว่าจะมีความชัดเจนภายใน 180 วัน เบื้องต้นประเมินว่ามีผู้ต้องขังทั่วประเทศที่เข้าข่ายไม่ถึง 10,000 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ต้องขังคดีเกี่ยวเนื่องหลายคดีที่จะได้รับสิทธิ์ตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
