จับหนุ่มรัสเซีย หนีหมายแดงตำรวจสากลโกง 150 ล้าน คาวิลล่าภูเก็ต

จนมุมคาวิลล่าหรู! สืบ ตม.6 จับมือ ตม.ภูเก็ต เปิดปฏิบัติการชาร์จล็อกตัว "หนุ่มรัสเซีย" อาชญากรข้ามชาติ หนีหมายจับตำรวจสากลสีแดง (Red Notice) กบดานเกาะภูเก็ต แฉพฤติการณ์แสบตั้งแก๊งปลอมเอกสารจัดซื้อ-ขนส่งทิพย์ ตบทรัพย์ฉ้อโกงเงินบริษัทบ้านเกิดความเสียหายยับเยินทะลุ 150 ล้านบาท สแกนระบบไบโอเมตริกซ์ผงะซ้ำ วีซ่าขาด Overstay 9 วัน จ่อส่งพนักงานสอบสวนฟันกฎหมายไทย ก่อนลากคอผลักดันส่งกลับกรุงมอสโก
วันที่ 13 มิถุนายน 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6 ได้สั่งการให้ ว่าที่ พ.ต.อ.วุฒิภัทร นภาโชติ ผกก.สส.บก.ตม.6 ประสานการปฏิบัติร่วมกับ พ.ต.อ.เขมชาติ วัฒนนภาเกษม ผกก.ตม.จว.ภูเก็ต นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน บก.ตม.6 และ ตม.จว.ภูเก็ต นำโดย พ.ต.ท.สิทธิมณ สร้อยภู่ระย้า สว.กก.สส.บก.ตม.6 และ พ.ต.ท.อดิศร บุญชุ่ม สว.ตม.จว.ภูเก็ต เข้าทำการจับกุมตัว นายอิกอร์ (นามสมมุติ) อายุประมาณ 30-40 ปี สัญชาติรัสเซีย ผู้ต้องหาหลบหนีคดีอาชญากรรมข้ามชาติ โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าวิลล่าหรูแห่งหนึ่งในพื้นที่ จังหวัดภูเก็ต

ปฏิบัติการทลายมาเฟียแดนหมีขาวครั้งนี้ สืบเนื่องจากกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับการประสานงานความมั่นคงจากเจ้าหน้าที่ตำรวจประเทศรัสเซีย ว่ามีบุคคลอันตรายซึ่งเกี่ยวข้องกับเครือข่ายขบวนการฉ้อโกงและปลอมแปลงเอกสารมูลค่าความเสียหายมหาศาล ได้ลักลอบบินข้ามแดนมาหลบซ่อนตัวในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต โดยผู้ต้องหารายนี้มีประกาศหมายจับตำรวจสากลสีแดง (RED NOTICE) เลขที่ A-6580/4-2026 เผยแพร่เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 ชุดสืบสวนจึงได้ปูพรมลงพื้นที่เอกซเรย์ตามวิลล่าและแหล่งกบดานต่าง ๆ จนกระทั่งสืบทราบพิกัดแน่ชัด จึงนำกำลังเข้าซุ่มโปร่งสกัดจับกุมตัวได้ในที่สุดขณะเดินออกมาจากที่พัก
พฤติการณ์ความเหี้ยมทางเศรษฐกิจระบุว่า ในช่วงปี 2567 ถึงต้นปี 2568 ผู้ต้องหารายนี้ได้ร่วมมือกับพวกตั้งขบวนการปลอมแปลงเอกสารสิทธิ์เกี่ยวกับการผลิตสินค้า รวมถึงเอกสารการจัดหาสินค้าและการขนส่งทิพย์ ซึ่งไม่ได้มีการผลิตหรือขนส่งเกิดขึ้นจริง เพื่อหลอกลวงต้มตุ๋นเงินจากบริษัทสัญชาติรัสเซียไปหลายวาระ ยอดความเสียหายสะสมรวมกันสูงถึง 150 ล้านบาท ก่อนจะไหวตัวทันลักลอบหนีคดีเข้ามายังประเทศไทย
จากการตรวจสอบข้อมูลนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัลผ่านระบบอัตลักษณ์บุคคล (Biometrics) ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พบว่าผู้ต้องหาเดินทางเข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 ด้วยวีซ่าท่องเที่ยว และได้ขออนุญาตอยู่ต่อจนสิ้นสุดการอนุญาตเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งพบว่าลักลอบอยู่ต่อโดยผิดกฎหมายแล้วจำนวน 9 วัน เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งสิทธิตามกฎหมายพร้อมควบคุมตัวดำเนินคดีในข้อหา “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay)” นำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจท้องที่ดำเนินคดีตามขั้นตอน และเมื่อสิ้นสุดกระบวนการทางกฎหมายในประเทศไทยแล้ว จะควบคุมตัวส่งกองบังคับการสืบสวน สตม. เพื่อดำเนินการผลักดันส่งกลับไปรับโทษที่ประเทศรัสเซียต่อไป
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
