จับหนุ่มบัญชีม้าหลอกเปิดร้านเสื้อผ้า ข้ามแดนสแกนหน้าแลกยาบ้า

กองปราบปรามบุกรวบหนุ่มรับจ้างเปิด "บัญชีม้า" คาอพาร์ตเมนต์จันทบุรี หลังร่วมแก๊งสแกมเมอร์หลอกเหยื่อลงทุน "เปิดร้านเสื้อผ้ามือสอง" สูญเงินเฉียดครึ่งล้าน แฉพฤติกรรมสุดช็อก ยอมตีตั๋วเดินทางข้ามแดนกัมพูชาฝังตัว 1 สัปดาห์ นั่งสแตนด์บายคอย "สแกนใบหน้า" ปลดล็อกวงเงินโอนยอดให้กลุ่มคนร้าย แลกเงินค่าจ้างแค่ 2,500 บาท สารภาพหมดเปลือกควักไปซื้อยาบ้าเสพ
วันที่ 6 มิถุนายน 2569 พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล ผกก.2 บก.ป. และ พ.ต.ท.กรพงศ์ วงษาลังการ สว.กก.2 บก.ป. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการ 24 กองบังคับการปราบปราม เข้าทำการจับกุมตัว นายเอกพล (สงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ จ.1563/2568 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 ในฐานความผิด “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เป็นเท็จ และยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากหรือบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (บัญชีม้า)” โดยเจ้าหน้าที่สามารถตะครุบตัวได้บริเวณหน้าห้องพักภายในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในพื้นที่ ตำบลตลาด อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจาก มีกลุ่มผู้เสียหายจำนวนมากในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ พระนครศรีอยุธยา และระยอง ได้รวมตัวกันเข้าแจ้งความร้องทุกข์ หลังถูกกลุ่มมิจฉาชีพในเฟซบุ๊ก (Facebook) โพสต์ชักชวนให้ร่วมลงทุนทำธุรกิจเปิดร้านค้าออนไลน์ขายเสื้อผ้ามือสอง โดยหลอกล่อว่าจะได้ส่วนแบ่งผลตอบแทนสูง แต่เมื่อมีเหยื่อหลงเชื่อแอดมินเพจกลับใช้อุบายบังคับให้โอนเงินเข้ามาอ้างว่าเป็นค่า "เปิดการมองเห็น" ในระบบออนไลน์ แต่เมื่อเหยื่อหลงกลทำกิจกรรมจนครบกำหนดกลับไม่สามารถถอนเงินสดออกมาได้ โดยมิจฉาชีพจะข่มขู่แกมบังคับให้เหยื่อโอนเงินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเหยื่อบางรายสูญเงินตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่นบาท รวมมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นเฉียด 500,000 บาท

จากการเช็กสเตทเมนต์และเส้นทางการเงินของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบพยานหลักฐานมัดแน่นว่า เงินที่ถูกหลอกทั้งหมดถูกโอนตัดสิทธิ์เข้าสู่บัญชีธนาคารในชื่อของนายเอกพล เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังสะกดรอยตามจนสามารถจับกุมตัวได้ จากการสอบสวนเบื้องต้น นายเอกพลให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยเผยข้อมูลสุดตะลึงว่า ตนได้รับการว่าจ้างจากกลุ่มเพื่อนให้เปิดบัญชีม้า แลกเงินค่าจ้าง 2,500 บาท แต่ที่เหนือไปกว่านั้นคือ ตนต้องเดินทางข้ามพรมแดนไปยังฝั่งประเทศกัมพูชา นอนกบดานอยู่ที่นั่นนาน 1 สัปดาห์ เพื่อทำหน้าที่คอย "สแกนใบหน้า" ผ่านแอปพลิเคชันมือถือในการยืนยันตัวตนปลดล็อกวงเงินโอนเงินออกให้กับกลุ่มแก๊งสแกมเมอร์ ทุกครั้งที่มีเงินของเหยื่อเด้งเข้ามาในบัญชี โดยตนมีหน้าที่แค่นั่งรอสแกนหน้าอย่างเดียว ส่วนเงินค่าจ้าง 2,500 บาทนั้น ได้นำไปซื้อยาบ้าเสพจนหมดสิ้นแล้ว เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
