จับสาวแก๊งสแกมเมอร์ บัญชีม้าหลอกขายของผ่าน Kaidee คากรุง

รวบสาวใหญ่บัญชีม้าแก๊งสแกมเมอร์ หลอกขายมือถือสองผ่านแพลตฟอร์ม “Kaidee” เชิดเงินเฉียด 2 หมื่นบาทหนีหาย พบถูกออกหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ หลังผู้เสียหายโร่แจ้งความ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ ก่อนหนีซุกกรุงเตรียมเผ่นลงใต้ อ้างหน้าตายขายบัญชีพ่วงเอทีเอ็มให้เพื่อนบ้านราคา 300 บาทไปเล่นเกมออนไลน์ เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อคุมตัวส่งดำเนินคดี
เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 มีรายงานผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. พร้อมด้วย พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปพ. (คอมมานโด บช.ก.) ร่วมกันวางแผนจับกุม นางสาวเกษศิริ (สงวนนามสกุล) หรือ จู อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ587/2567 ลงวันที่ 23 เมษายน 2567 โดยสามารถสกัดจับกุมตัวได้ที่บริเวณสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
คดีดังกล่าวสืบเนื่องมาจากเมื่อช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ผู้เสียหายได้เข้าไปค้นหาซื้อโทรศัพท์มือถือมือสองตามแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ จนกระทั่งไปพบประกาศขายโทรศัพท์มือถือราคา 19,500 บาท บนแอปพลิเคชันซื้อขายชื่อดัง “Kaidee.com” จึงได้ติดต่อพูดคุยและตกลงซื้อขายกับบุคคลที่อ้างตัวเป็นผู้ขาย โดยผู้เสียหายได้หลงเชื่อโอนเงินค่าสินค้าเต็มจำนวนเข้าบัญชีธนาคารของผู้ต้องหา ซึ่งจากการตรวจสอบในเวลาต่อมาพบว่าเป็นบัญชีม้าที่กลุ่มมิจฉาชีพนำมาใช้รับโอนเงิน แต่หลังจากโอนเงินเสร็จสิ้น ฝ่ายผู้ขายกลับเงียบหาย ไม่ส่งของ และตัดขาดการติดต่อทุกช่องทาง ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าถูกหลอกลวงและเดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อรวบรวมหลักฐานออกหมายจับ

ต่อมา ชุดสืบสวน กก.4 บก.ปพ. ได้รับแจ้งจากสายลับว่า นางสาวเกษศิริ ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีดังกล่าว ได้หลบหนีมากบดานอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และกำลังเตรียมตัวเดินทางหลบหนีต่อไปยังพื้นที่ภาคใต้ เจ้าหน้าที่จึงกระจายกำลังลงพื้นที่เฝ้าสังเกตการณ์บริเวณสถานีรถไฟกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ จนกระทั่งพบตัวนางสาวเกษศิริที่มีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับ จึงแสดงตัวเข้าควบคุมตัว ซึ่งผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง
จากการสอบสวนเบื้องต้น นานสาวเกษศิริ ให้การปฏิเสธในส่วนของการหลอกลวง โดยอ้างว่าก่อนหน้านี้ตนได้เปิดบัญชีธนาคารพร้อมบัตรเอทีเอ็มขายให้กับเพื่อนแถวบ้านในราคา 300 บาท เนื่องจากเพื่อนอ้างว่าจะนำไปใช้สมัครเล่นเกมออนไลน์ ยืนยันว่าไม่ได้ทำการสแกนใบหน้าผ่านโทรศัพท์มือถือให้ไป และไม่มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับการหลอกขายโทรศัพท์มือถือดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การเนื่องจากพฤติการณ์มีความขัดแย้งกับหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหา “ฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” ก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ ดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
