จับสาวบัญชีม้า แก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกขายแบรนด์เนมคากรุง

ล็อกสาวใหญ่บัญชีม้าโยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ลวงสร้างเพจเฟซบุ๊กปลอมหั่นราคาขายกระเป๋าแบรนด์เนมเนียนตา โอนปุ๊บบล็อกปั๊บเชิดเงินหนีซุกเหนือ สุดท้ายเบี้ยวตั๋วเดินทางไม่รอดจนมุมตำรวจ ภาคเสธหน้าตายอ้างมือถือเครื่องเก่าจอแตก-จำไม่ได้ว่าโดนแฮกบัญชี
เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 มีรายงานผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กก.4 บก.ปพ. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. พร้อมด้วย พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. และ พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนร่วมกันวางแผนสกัดจับกุม นางสาวภัครดา (สงวนนามสกุล) หรือ บี อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการ โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
คดีดังกล่าวสืบเนื่องมาจากเมื่อช่วงปลายปี พ.ศ. 2568 ผู้เสียหายได้เข้าใช้งานแอปพลิเคชัน Facebook และพบเพจมิจฉาชีพประกาศขายกระเป๋าแฟชั่นแบรนด์เนมในราคาพิเศษเพียง 3,000 บาท ซึ่งถูกกว่าราคาประเมินท้องตลาดทั่วไป ด้วยความสนใจจึงติดต่อซื้อขายผ่านช่องทาง Messenger โดยกลุ่มคนร้ายได้ใช้อุบายพูดคุยเร่งรัดให้ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินค่าสินค้าเต็มจำนวนเข้าบัญชีธนาคารของผู้ต้องหา ทว่าหลังโอนเงินเสร็จสิ้น ฝ่ายผู้ขายกลับบิดพลิ้วไม่ยอมส่งสินค้าและเลขพัสดุตามที่ตกลง ก่อนจะดำเนินการบล็อกช่องทางการติดต่อและปิดเพจหนีหายไปทันที ผู้เสียหายจึงรู้ตัวว่าถูกหลอกลวงและเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อรวบรวมหลักฐานออกหมายจับ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปพ. ได้รับแจ้งเบาะแสจากสายลับว่า นางสาวภัครดา ผู้ต้องหารายนี้ได้หลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ และกำลังจัดเตรียมสัมภาระเดินทางด้วยรถไฟเข้ามายังพื้นที่กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่จึงระดมกำลังลงพื้นที่เฝ้าสังเกตการณ์บริเวณชานชาลาสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ จนกระทั่งพบตัวนางสาวภัครดาที่มีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับ จึงแสดงตัวเข้าควบคุมตัว ซึ่งผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริงและยังไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้มาก่อน
จากการสอบสวนเบื้องต้น นางสาวภัครดา ให้การภาคเสธโดยปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา อ้างว่าตนไม่เคยเปิดบัญชีม้าให้ใครและไม่รู้เห็นกับการหลอกขายกระเป๋า แต่ยอมรับว่าโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าหน้าจอแตกเสียหายจึงเลิกใช้และเปลี่ยนมาซื้อเครื่องใหม่ โดยไปเปิดบัญชีธนาคารใหม่พร้อมยืนยันตัวตนสแกนใบหน้า จึงคาดไม่ถึงว่าบัญชีธนาคารเล่มเก่าจะถูกนำไปใช้กระทำความผิด อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การเนื่องจากพฤติการณ์มีความขัดแย้งกับข้อเท็จจริง เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหา “เป็นผู้สนับสนุนความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้เจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง” ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางปู จังหวัดสมุทรปราการ ดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไปติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
