จบสวยปมทับลาน! สุชาติ-กมธ. เคาะตั้ง "ชัยวัฒน์" นั่งบอร์ดพิสูจน์สิทธิที่ดินรายแปลง

“สุชาติ ชมกลิ่น” จับมือ กมธ.ที่ดินฯ เคลียร์ปม “ป่าทับลาน” ลงตัวทุกฝ่าย ดึง “ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร” นั่งบอร์ดใหญ่สแกนพิสูจน์สิทธิรายแปลง มัดตราตั้งมูลนิธิสืบนาคะเสถียรร่วมคัดกรอง ลั่นอุ้มเฉพาะชาวบ้านดั้งเดิม สอยเรียบกลุ่มทุนรุกป่า ยื่นคำขาดเปรียบทับลานเหมือน “มะเร็งระยะ 4” ต้องใช้ยาแรง ลั่นไม่ใช้โมเดลนี้กับป่าอื่นเด็ดขาด ด้านชัยวัฒน์เปิดอกรับหายเปิดใจน้อยใจ หลังรัฐมนตรีสายตรงเคลียร์ใจ
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ที่รัฐสภา มหากาพย์ความขัดแย้งเชิงโครงสร้างผืนป่ามรดกโลกพุ่งทะยานสู่ฉากทัศน์ “จบสวยชื่นมื่น” เมื่อ น.ส.กุลวลี นพอมรบดี สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และผู้เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันเปิดโต๊ะแถลงข่าวครั้งประวัติศาสตร์ ภายหลังระดมสมองจัดตั้งตารางประชุมร่วมกับหน่วยงานรัฐ ฝั่งนักอนุรักษ์กลุ่ม "SAVE ทับลาน" และตัวแทนชาวบ้านดั้งเดิม เพื่อขจัดความเคลือบแคลงสงสัยและข้อกังวลในระบบไอทีออนไลน์ทั้งหมด ยืนยันทำงานตรงไปตรงมาไม่มีคำว่ามวยล้มตบลวดหนามแน่นอน

น.ส.กุลวลี ประธาน กมธ.ที่ดินฯ เปิดเผยพิมพ์เขียวความสำเร็จว่า ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์จัดตั้งมาตรการเชิงรุก โดยนายสุชาติ รมว.ทส. ได้สะบัดน้ำหมึกเซ็นแต่งตั้ง "คณะกรรมการพิสูจน์สิทธิรายแปลง" มีปลัดกระทรวง ทส. และปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นประธานร่วม ซึ่งในส่วนของ กมธ. ได้ส่งชื่อ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ในฐานะที่ปรึกษากรรมาธิการ เข้าไปสวมสิทธิ์นั่งเก้าอี้เป็นกรรมการร่วมด้วย เพื่อให้กระบวนการคัดกรองพยานหลักฐานมีความโปร่งใสสูงสุด พร้อมส่งข้อเสนอแนะไปยังสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) เพื่อทบทวนมติ ครม. 14 มี.ค. 2566 ปรับเปลี่ยนรูปแบบที่ดินจาก ส.ป.ก. เป็น คทช. เพื่อป้องกันกลุ่มทุนสอดไส้ ทั้งนี้ นายสุชาติได้ยื่นคำขาดลั่นวาจาสูงสุดว่า "ทับลานโมเดลจะไม่ถูกนำไปใช้กับพื้นที่ป่าอื่นเด็ดขาด เพราะเคสนี้อุกอาจสะสมนาน เปรียบเหมือนมะเร็งระยะที่ 4 ที่ต้องรักษาด้วยยาแรงตัวนี้เท่านั้น อาการแค่ไข้หวัดหรือมะเร็งระยะที่ 1 จะนำตัวยาเดียวกันไปใช้ไม่ได้อย่างเด็ดขาด"

ขณะที่ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทส. กล่าวสำทับว่า วันนี้ตนเปิดใจร้อยเปอร์เซ็นต์กลางสภา เคลียร์คัตทุกข้อกังวลของสังคม ยืนยันปิดชื่อถือพฤติกรรม อุ้มเฉพาะประชาชนดั้งเดิมที่ถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนกลุ่มนายทุน สแกนใบหน้าแล้วผิดนิติกรรม จะใช้กฎหมายอุญานฯ เข้าควบคุมรื้อถอนเกลี้ยงแผง โดยมีตารางตรวจสอบรายแปลงร่วมกับมูลนิธิสืบนาคะเสถียรและผู้ตรวจการแผ่นดิน ไม่มีสิ่งใดเล็ดลอดสายตาแน่นอน ด้าน นายภาณุเดช เกิดมะลิ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้ออกโรงขอบคุณสภาที่เปิดทางให้อนุรักษ์และชาวบ้านหาทางออกร่วมกัน เพื่อให้คนและสัตว์ป่าอยู่ร่วมกันได้ ไม่ใช่นายทุนภายนอก ชี้ป่าอื่นมี พ.ร.บ.อุทยานฯ มาตรา 64 รองรับอยู่แล้ว ไร้อภิสิทธิ์สิทธิพิเศษให้ใคร

ทางด้าน นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร เปิดอกยอมรับอย่างลูกผู้ชายว่า วันนี้ตนสบายใจขึ้นมากและขอบคุณรัฐมนตรีสุชาติที่ให้เกียรติต่อสายโทรศัพท์พูดคุยชี้แจงเคลียร์ใจกับตนโดยตรง ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ยอมรับตรงๆ ว่ามีพฤติการณ์น้อยใจเพราะตนเป็นคนใกล้ตัวแต่เรื่องกลับไม่ชัดเจน แต่วันนี้กระจ่างแจ้งแล้ว ขอให้ประชากรในพื้นที่โซน 1 ที่ดิน ส.ป.ก. ดั้งเดิม 53,000 ไร่ (จุดปั๊มน้ำมันและโรงเรียน) ไม่ต้องตกใจ เพราะจุดนั้นอุทยานฯ ยอมรับว่ามีการขีดเส้นแนวเขตทับซ้อนจริงตั้งแต่ปี 2521 ส่วนโซน 2 (หมู่บ้านไทยสามัคคี) ต้องเข้าตารางสแกนตรวจสอบรายบุคคลตามมาตรา 64 ต่อไป พร้อมฝากรัฐมนตรีเยียวยาราษฎรดั้งเดิม 23 ราย ที่ตนเคยจับกุมในอดีตรวม 522 คดี โดยขอให้ออกมติ ครม. ใหม่มาอุ้มชูช่วยเหลือเยียวยาประชาชนตัวจริง ไม่ให้ตกเป็นแพะรับบาปในสารระบบคดี ยืนยันกระบวนการหลังจากนี้ตรงไปตรงมา ไร้ระบบสิทธิพิเศษเอื้อทุนเทาร้อยเปอร์เซ็นต์
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
