จบดราม่าเขมรอุ้ม! ทภ.2 พาลุงโยชน์ลุยช่องตาเล็ง พิสูจน์ชัดเดินหลงป่าเข้ากัมพูชา 5 กิโลฯ

สยบดราม่าข้ามแดน! กองทัพภาคที่ 2 โดยกองกำลังสุรนารี นำทัพบิ๊กทหารจูงมือ "ลุงโยชน์" ชายไทยวัย 58 ปี พร้อมลูกชาย เดินเท้าบุกป่าช่องตาเล็ง พิสูจน์จุดเกิดเหตุจริงต่อหน้าสื่อมวลชน เคลียร์ปมร้อนโลกโซเชียลแฉทหารกัมพูชาลักลอบข้ามแดนมาจับกุมคนไทย ผลพิสูจน์หลักฐานและพิกัดแผนที่ฟ้องชัดเจน ลุงโยชน์เดินเก็บของป่าเพลินทะลวงแนวลวดหนามทหารไทยจมลึกเข้าฝั่งเขมรกว่า 5 กิโลเมตร เจ้าตัวตาสว่างยอมรับสารภาพสิ้นไส้หลงแดนจริง สลัดความคาใจพร้อมยกมือไหว้ขอบคุณทหารไทยและภูมิภาคทหารที่ 4 กัมพูชาที่ช่วยอุ้มกลับบ้านปลอดภัย ฝากเตือนชาวบ้านระวังอย่าหาทำ

เมื่อเวลา 10.03 น. วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีดราม่าข้ามแดน โดยเมื่อวานนี้ (18 พ.ค.) เวลา 12.00 น. กองทัพภาคที่ 2 โดย กองกำลังสุรนารี (กกล.สุรนารี) ได้มอบหมายให้หน่วยเฉพาะกิจที่ 2 (ฉก.2) ลงพื้นที่ปูพรมพิสูจน์ทราบเส้นทางและจุดเกิดเหตุกรณี นายโยชน์ สายน้อย หรือลุงโยชน์ อายุ 58 ปี ชายไทยที่ถูกทหารกัมพูชาจับกุมตัว บริเวณทิศใต้ช่องตาเล็ง อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เนื่องจากเกิดกระแสข่าวลือสะพัดในโลกออนไลน์และสื่อสังคมออนไลน์ว่า ทหารกัมพูชาได้แอบลักลอบล้ำอธิปไตยเข้ามาอุ้มจับกุมตัวคนไทยภายในเขตแดนประเทศไทย จนสร้างความแตกตื่นและเข้าใจคลาดเคลื่อนแก่สาธารณชนอย่างรุนแรง

การปฏิบัติการเคลียร์ปมร้อนในครั้งนี้ นำโดย พ.อ.ธานินทร์ ดมหอม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ 2 ร่วมกับ พ.อ.กิตติศักดิ์ บังพิมาย หน.ฝขว.ทก.ยว.ทภ.2 และ พ.อ.นิติกร ศิริคำ ผบ.ฉก.ทก.26 พร้อมด้วย นายโยชน์ สายน้อย และ นายรัฐวุฒิ สายน้อย อายุ 21 ปี บุตรชาย ร่วมเดินเท้าเข้าไปตรวจสอบพิกัดจริงด้วยความโปร่งใส ซึ่งจากการตรวจสอบจุดจอดรถจักรยานยนต์และเส้นทางแกะรอยเดินหาของป่าบริเวณช่องตาเล็ง พบข้อเท็จจริงชวนอึ้งว่า จุดที่ลุงโยชน์ถูกทหารกัมพูชาควบคุมตัวนั้น ลุงโยชน์ได้เดินเท้าผ่านแนวลวดหนามและแนววางกำลังป้องกันของฝ่ายทหารไทย ลึกล้ำเข้าไปในฝั่งประเทศกัมพูชาเป็นระยะทางไกลถึง 5 กิโลเมตร นับจากพิกัดจอดรถจักรยานยนต์


ภายหลังการพิสูจน์สถานที่จริง ลุงโยชน์เปิดใจทั้งน้ำตาคลอเบ้าว่า เดิมทีตนยังมีความสงสัยและคาใจว่าตนเองถูกจับในพื้นที่ของประเทศใดกันแน่ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ทหารนำ แผนที่ หลักเขตแดน และ สถานที่จริงมาเปรียบเทียบชี้จุดให้ดูต่อหน้าต่อตา ทำให้ตาสว่างและมั่นใจ 100% ว่าตนเองเป็นฝ่ายเดินหลงเข้าไปในดินแดนเขมรจริงตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน 2569 ก่อนจะได้รับอิสรภาพกลับประเทศไทยเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา จากความร่วมมือระหว่างกองทัพภาคที่ 2 กับหน่วยภูมิภาคทหารที่ 4 ของกัมพูชา ลุงโยชน์ได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทหารทุกฝ่ายที่ประสานงานช่วยเหลือกู้ชีวิตจนได้กลับสู่อ้อมกอดของครอบครัวอย่างปลอดภัย พร้อมฝากเตือนอุทาหรณ์ถึงชาวบ้านรายอื่นๆ ที่ชอบเข้าป่าหาของป่าตามแนวชายแดนว่า อย่าเดินสุ่มสี่สุ่มห้าล้ำเขต และควรแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนทุกครั้งเพราะอาจไม่โชคดีเหมือนตน ขณะที่หน่วยทหารไทยได้เร่งสั่งการวางลวดหนามหีบเพลงเพิ่มเติมตามแนวเขตแดนเพื่อป้องกันเหตุสุดวิสัยซ้ำรอยในอนาคต
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
