งจรปิดยันชัด! ตำรวจเผยนาทีก่อนชน 8 ศพ สองพนักงานยังอยู่ในห้องควบคุมรถไฟ

ตำรวจเปิดพิมพ์เขียวผลสอบคดีรถไฟชนรถเมล์ มักกะสัน สอบพยานแล้ว 28 ปาก เผยประวัติคนขับชำนาญทางวิ่งเส้นนี้มาแล้ว 58 ครั้ง ส่วนช่างเครื่องคู่หูพบเพิ่งทำงานได้เพียง 14 วัน หลักฐานกล้องวงจรปิดยันชัดทั้งคู่ปฏิบัติหน้าที่ในห้องควบคุมก่อนเกิดเหตุ ด้านฝ่ายสืบสวนเตรียมขึ้นรถไฟจำลองสถานการณ์พิสูจน์มุมมองการโบกธงพรุ่งนี้ ขณะที่ผลชันสูตรดีเอ็นเอทางการยืนยันอัตลักษณ์บุคคลผู้เสียชีวิตแล้ว 6 ราย พนักงานสอบสวนเร่งออกหนังสือส่งทายาทรับร่างประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ณ สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ
(19 พฤษภาคม 2569) – ที่สถานีตำรวจนครบาลมักกะสัน พันตำรวจเอก กัมพล รัตนประทีป รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (รอง ผบก.น.1) ได้แถลงผลการประชุมติดตามความคืบหน้าคดีอุบัติเหตุขบวนรถไฟขนส่งสินค้าชนกับรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ สาย 206 บริเวณจุดตัดทางรถไฟมักกะสัน โดยระบุว่า ภายหลังการประชุมเคร่งเครียดนานกว่า 2 ชั่วโมง คณะพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องในคดีไปแล้วรวม 28 ปาก โดยเป็นการสอบปากคำผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 19 ราย และยังเหลือผู้บาดเจ็บอาการสาหัสอีก 6 ราย ที่ยังไม่สามารถให้การได้
สำหรับความคืบหน้าในมิติการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลของผู้เสียชีวิตจำนวน 8 ราย ล่าสุด พนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน ได้รับผลการพิสูจน์สารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ (DNA) และสามารถยืนยันตัวบุคคลของผู้เสียชีวิตได้อย่างเป็นทางการแล้วจำนวน 6 ราย ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการออกหนังสืออนุญาตราชการเพื่อให้ญาติและทายาทโดยธรรมที่เดินทางมาให้ปากคำ นำไปติดต่อขอรับศพที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อนำร่างกลับไปประกอบพิธีกรรมตามศาสนาเรียบร้อยแล้วทุกราย โดยรายชื่อผู้เสียชีวิตทั้ง 6 ราย ประกอบด้วย:
- นายธนัฐพิพัฒน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยศิลปากร
- นางสาววิภารักษ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี นิสิตเก่าสาขาสื่อสารมวลชน คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปัจจุบันทำงานตำแหน่งกราฟิกดีไซเนอร์ของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง และมีอาชีพเสริมเป็นดีเจเปิดเพลงในสถานบันเทิงย่านบางนา
- นางสาวเทียม (สงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี ประกอบอาชีพพนักงานแม่บ้านประจำบริษัทเอกชน ย่านประตูน้ำ
- นางเอื้อง (สงวนนามสกุล) หรือ "ป้าเอี้ยง" อายุ 66 ปี ประกอบอาชีพพนักงานแม่บ้านประจำบริษัทเอกชน ย่านโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
- Ms.AYE AYE MYINT อายุ 36 ปี สัญชาติเมียนมา
- นายฑีฆา (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี ประกอบอาชีพพนักงานบริษัทเอกชน
ส่วนผู้เสียชีวิตอีก 2 รายที่เหลือนั้น ปัจจุบันตรวจพิสูจน์ DNA แล้ว 1 ราย ทราบข้อมูลว่ามีบิดาเดินทางมาจากจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ระหว่างการสแตนด์บายเปรียบเทียบผลเพื่อยืนยันความถูกต้อง และรายสุดท้ายยังอยู่ระหว่างการสืบหาข้อมูลเชิงลึกและประสานติดตามหาญาติให้มารายงานตัว

พ.ต.อ.กัมพล ระบุต่อไปว่า จากการสอบข้อเท็จจริงพนักงานรักษารถที่ทำหน้าที่ดูแลตู้สินค้า ให้การว่าตนนั่งปฏิบัติงานอยู่ในตู้ที่ 2 ด้านหลังห้องควบคุมหลัก จึงไม่ทราบเหตุการณ์ล่วงหน้า มารู้ตัวอีกทีเมื่อเกิดการชนและมีเพลิงลุกไหม้จึงได้รีบวิ่งหลบหนีลงจากรถ นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนยังได้สอบปากคำสารวัตรงานหัวรถจักรบางซื่อ หัวหน้าแผนกบริหารทางเทคนิคด้านการลากเลื่อน และเจ้าหน้าที่กองเดินรถ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของพนักงานขับรถไฟและช่างเครื่อง โดยได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดในสำนวนได้
อย่างไรก็ตาม ทางกองเดินรถยืนยันข้อมูลว่า พนักงานขับรถไฟรายนี้มีความชำนาญเส้นทาง โดยขับผ่านจุดเกิดเหตุมาแล้ว 58 ครั้ง นับตั้งแต่ปี 2566 ส่วนช่างเครื่องที่ปฏิบัติงานร่วมกัน พบว่าเพิ่งเข้าทำงานได้เพียง 14 วัน และเป็นการขึ้นขบวนรถคันดังกล่าวเป็นครั้งที่ 2 ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายอาณัติสัญญาณให้การยืนยันว่า อุปกรณ์สัญญาณไฟในจุดเกิดเหตุทำงานได้ตามปกติ ไม่พบการขัดข้อง

นอกจากนี้ ผลการตรวจสอบกล้องวงจรปิดจำนวน 3 ซุ้ม ก่อนถึงจุดปะทะ พบหลักฐานว่าพนักงานขับรถไฟและช่างเครื่องยังคงนั่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ภายในห้องควบคุมตามปกติ ไม่ได้ละทิ้งหน้าที่ โดยในวันพรุ่งนี้ (20 พ.ค.) ทีมฝ่ายสืบสวนจะเดินทางขึ้นขบวนรถไฟเพื่อจำลองสถานการณ์จริง โดยเฉพาะมิติการมองเห็นสัญญาณโบกธงของพนักงานคุมป้อมไม้กั้น ซึ่งการจำลองเหตุการณ์นี้จะสงวนสิทธิ์ไม่ให้สื่อมวลชนขึ้นไปบนขบวนรถ เนื่องจากสภาพห้องควบคุมค่อนข้างคับแคบและอาจเกิดอันตรายระหว่างเดินรถได้
ทั้งนี้ นอกเหนือจากการดำเนินคดีหลักแล้ว กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ยังได้บังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเข้มงวด โดยดำเนินการจับกุมผู้ฝ่าฝืนจอดรถในจุดห้ามหยุดบริเวณจุดตัดทางรถไฟไปแล้ว 32 ราย มีผู้ชำระค่าปรับแล้ว 5 ราย รายละ 500 บาท และยังเหลืออีก 27 รายที่ยังไม่มาแสดงตัว ซึ่งฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างการไล่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดย้อนหลัง เพื่อหาข้อมูลรถยนต์ทุกคันที่มีพฤติกรรมจอดรถคร่อมรางรถไฟก่อนเกิดเหตุ เพื่อพิสูจน์ทราบตัวผู้ครอบครองและเรียกตัวมารับทราบข้อกล่าวหาตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก ต่อไป
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
