ครม. เคาะแล้ว! ค่ารถไฟฟ้าสูงสุดไม่เกิน 45 บาท ยันไม่เก็บค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน

ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบมาตรการลดค่าครองชีพครั้งใหญ่ ไฟเขียวปรับโครงสร้างราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าร่วมทุกสายในกรุงเทพฯ และปริมณฑล กำหนดเพดานราคาจ่ายสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว จบปัญหาราคาแพงหูฉี่ พร้อมสั่งยกเลิกการเก็บค่าแรกเข้าซ้ำซ้อนอย่างเด็ดขาด โดยจะเก็บที่สถานีต้นทางเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบปรับเปลี่ยนแนวทางการจัดเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้าเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยให้ยกเลิกมติ ครม. เดิมเมื่อปี 2568 เรื่องมาตรการค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาทตลอดสาย (ระยะที่ 2) และเปลี่ยนมาใช้มาตรการอัตราค่าโดยสารร่วมในระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนอย่างเป็นระบบแทน เนื่องจากปัจจุบันประชาชนต้องแบกรับภาระค่าแรกเข้าที่ซ้ำซ้อนจากการเปลี่ยนสายรถไฟฟ้าที่มีผู้ให้บริการหลายราย ซึ่งถูกกำหนดราคาตามสัญญาสัมปทานแยกกัน ทำให้ภาพรวมค่าโดยสารมีราคาแพง ท่ามกลางภาวะราคาน้ำมันและเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้น
สำหรับหลักการสำคัญของมาตรการราคาค่าโดยสารร่วมใหม่ที่ ครม. มีมติเห็นชอบในครั้งนี้ ประกอบด้วย การกำหนดอัตราค่าโดยสารสูงสุดไว้ไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว ครอบคลุมรถไฟฟ้าทุกสายในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลทั้งหมด ซึ่งราคานี้ได้รวมอัตราค่าแรกเข้าตามสัญญาเดิม 17 บาทเอาไว้แล้ว โดยหากคำนวณค่าโดยสารตามระยะทางจริงแล้วไม่เกิน 45 บาท ก็ให้จัดเก็บตามจริง และที่สำคัญจะไม่มีการเรียกเก็บค่าแรกเข้าซ้ำซ้อนเมื่อประชาชนเดินทางเปลี่ยนสายรถไฟฟ้า โดยจะจัดเก็บเงินที่สถานีต้นทางเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ซึ่งประชาชนสามารถใช้บัตรเดบิตหรือบัตรเครดิตที่มีระบบ EMV Contactless ในการแตะชำระค่าโดยสารทั่งระบบได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้กำหนดให้อัตราค่าโดยสารราคาพิเศษลดหย่อนเพิ่มเติมสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ เด็ก คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส อีกด้วย
นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม. ยังได้รับทราบมติคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) เกี่ยวกับการปรับโครงสร้างรถไฟฟ้าแบบองค์รวม โดยมอบหมายให้ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เป็นหน่วยงานของรัฐเพียงรายเดียวที่จะทำหน้าที่บริหารจัดการโครงการรถไฟฟ้าทั้งหมด รวมถึงดำเนินการรับโอนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนหลัก ส่วนต่อขยาย สายสีทอง และสายสีแดง ตลอดจนรายได้และภาระผูกพันของโครงการดังกล่าวมาดูแลตามขั้นตอนกฎหมาย ขณะเดียวกันได้สั่งยกเลิกการมอบหมายงานพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบรายได้กลางเดิม แล้วเปลี่ยนมาให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) จับมือร่วมกับกระทรวงการคลัง ร่วมกันพิจารณาหาหน่วยงานที่เหมาะสมมาพัฒนาบริหารศูนย์จัดการรายได้กลางแทน พร้อมทั้งเร่งออกกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าโดยสารร่วมให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2569 นี้
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
