1

1

ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) แถลงปฏิเสธผลงานวิจัยของ กกร. ที่ระบุว่า คพ. มีการเรียกรับสินบนสูงสุดเฉลี่ยกว่า 1 แสนบาทต่อครั้ง โดยกาง 7 ข้อพิรุธชี้กระบวนการวิจัยขัดต่อหลักวิชาการสากล ใช้เครื่องมือเก่าปี 42 และกลุ่มตัวอย่างน้อยเกินไปจนไม่สามารถสะท้อนความแม่นยำรายหน่วยงานได้ พร้อมยันกรมฯ โปร่งใสได้รับผลประเมินดีเยี่ยมจาก ป.ป.ท. 3 ปีซ้อน ลั่นพร้อมรับการตรวจสอบและลงโทษทางวินัยขั้นเด็ดขาดหากพบเจ้าหน้าที่กระทำผิดจริง

18564990

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้เปิดแถลงการณ์อย่างเป็นทางการต่อสื่อมวลชน เพื่อชี้แจงและตอบโต้ผลการพิจารณาเอกสารงานวิจัยการสำรวจความคิดเห็นภาคเอกชนของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ซึ่งมีการระบุข้อมูลว่า คพ. เป็นหน่วยงานรัฐที่มีสถิติการเรียกรับเงินสินบนเฉลี่ยต่อครั้งสูงที่สุด เป็นมูลค่าถึง 102,160 บาท โดยอธิบดี คพ. ได้ตั้งข้อสังเกตสำคัญว่า ตลอดระยะเวลาการดำเนินงานสถาปนากรมฯ มาเกือบ 30 ปี คพ. ไม่เคยปรากฏประวัติการร้องเรียนในเรื่องพฤติการณ์ทุจริตคอร์รัปชันในลักษณะดังกล่าวมาก่อนเลย

18565030

ดร.สุรินทร์ แถลงย้ำในจุดยืนว่า กรมควบคุมมลพิษไม่ได้ปฏิเสธการตรวจสอบในประเด็นการต่อต้านทุจริตประพฤติมิชอบ และมีความยินดีอย่างยิ่งที่จะถูกตรวจสอบจากภายนอก เนื่องจากตระหนักดีว่าปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันเป็นวาระใหญ่ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจ เสถียรภาพการลงทุน และความเชื่อมั่นของประชาชน พร้อมให้คำมั่นสัญญาว่าจะดำเนินการลงโทษทางวินัยขั้นเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ หากมีการตรวจพบว่าเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทำความผิดจริง ซึ่งที่ผ่านมา คพ. ได้บูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) นำระบบบริหารจัดการความเสี่ยงการทุจริต (CRMS) มาปฏิบัติใช้อย่างจริงจัง จนส่งผลให้กรมฯ ได้รับคะแนนประเมินเชิงคุณภาพในระดับ "ดีเยี่ยม" ติดต่อกันเป็นเวลาถึง 3 ปี อย่างไรก็ตาม จากการทบทวนภารกิจภายในร่วมกัน พบว่ากระบวนงานตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับแหล่งกำเนิดมลพิษเป็นจุดที่มีความเสี่ยงสูงสุดต่อการใช้อำนาจหน้าที่ ปัจจุบันจึงได้สั่งการแต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาทบทวนมาตรการและแนวทางปฏิบัติในทุกขั้นตอนเพื่อปิดรอยรั่วและป้องกันการทุจริตอย่างยั่งยืนแล้ว

ในส่วนของรายละเอียดข้อโต้แย้งทางวิชาการ หลังจากที่ คพ. ได้รับหนังสือและเอกสารชี้แจงหลักการรวมถึงระเบียบวิธีการสำรวจจาก กกร. เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ทาง คพ. ได้ตั้งข้อสังเกตเชิงลึกจำนวน 7 ประการ ที่แสดงให้เห็นว่ากระบวนการจัดทำวิจัยของ กกร. อาจไม่มีความถูกต้องและขาดความชอบธรรมตามหลักการวิจัยสากล ดังนี้:

1.การจำแนกกลุ่มตัวอย่างไม่ครอบคลุม: มีการจัดกลุ่มหน่วยงานรัฐไว้สูงถึง 5 กลุ่ม รวม 162 หน่วยงานทั่วประเทศ แต่ในทางปฏิบัติกลับเลือกสำรวจอยู่เพียง 26 หน่วยงาน ซึ่งในทางสถิติไม่สามารถนำผลไปอ้างอิงเป็นตัวแทนภาพรวมเพื่อกำหนดนโยบายระดับประเทศได้

2.เครื่องมือวิจัยล้าสมัย: รูปแบบของชุดแบบสอบถามมีการยึดโยงตามแนวทางของธนาคารโลก (World Bank) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 ซึ่งเป็นข้อมูลเก่า ปัจจุบันหลายหน่วยงานได้มีการปรับปรุงบทบาทหน้าที่ไปแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 ตัวอย่างเช่น กรมทรัพยากรธรณี ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในภารกิจ 5 กลุ่มงานที่จำแนกเลย

3.ขอบเขตกลุ่มตัวอย่างจำกัด: งานวิจัยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มภาคเอกชนเพียงบางกลุ่มในวงจำกัด โดยไม่ได้กระจายการเก็บข้อมูลไปยังภาคส่วนสำคัญอื่นๆ เช่น ภาคประชาชนผู้รับบริการโดยตรง ภาควิชาการ หรือภาคประชาสังคม

4.โครงสร้างแบบสอบถามขัดกันเอง: การจัดส่งแบบสอบถามใช้ 2 ระบบคือ ระบบออนไลน์ (Google Form) และแบบเผชิญหน้า (Face-to-Face) ซึ่งแม้ กกร. จะระบุว่าแบบออนไลน์เป็นเพียงตัวสำรองเพื่อตรวจสอบความสอดคล้อง แต่โครงสร้างและจำนวนข้อคำถามของทั้งสองรูปแบบกลับมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ

5.ระยะเวลาสำรวจกระชั้นชิดเกินไป: การเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 401 รายทั่วประเทศ ดำเนินการระดมจัดทำระหว่างวันที่ 26 มีนาคม ถึง 10 เมษายน พ.ศ. 2569 รวมระยะเวลาเพียง 16 วัน ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการควบคุมมาตรฐานคุณภาพ โดยเฉพาะแบบสอบถามเผชิญหน้าที่มีข้อคำถามมากถึง 70 ข้อ และผู้จัดทำต้องทำยอดสอบถามให้ได้ถึง 25 รายต่อวัน ย่อมส่งผลกระทบต่อความเที่ยงตรงของข้อมูล

6.จำนวนผู้ให้ข้อมูลรายหน่วยงานน้อยเกินไป: ข้อมูลในระดับรายหน่วยงานไม่มีความเพียงพอสำหรับการสรุปหรือจัดอันดับระดับประเทศ เนื่องจากพิจารณาจากผู้ที่มีประสบการณ์ตรงเพียงร้อยละ 45 หรือราว 184 คน เมื่อนำมาเฉลี่ยกระจายตัวใน 26 หน่วยงาน จะพบว่ามีผู้ตอบแบบสอบถามเฉลี่ยเพียงหน่วยงานละ 7 คนหรือน้อยกว่านั้น ซึ่งขัดต่อหลักการทางสถิติอย่างรุนแรง

7.ข้อคำถามมีลักษณะชี้นำ: แบบสอบถามมีโครงสร้างคำถามที่ชี้นำความคิดเห็นของผู้ตอบ เช่น การใช้คำว่า "เป็นที่รู้กัน" หรือการวัดความเชื่อมั่น เช่น "เชื่อมั่นเพียงใด" รวมถึงการตั้งสมมติฐานในเชิงลบ เช่น "หากไม่จ่ายเงินเพิ่ม ท่านเชื่อว่ากระบวนการจะมีความล่าช้าเกินกำหนดหรือไม่"

ดร.สุรินทร์ ระบุต่อไปว่า แม้แต่ในหนังสือชี้แจงของ กกร. เอง ก็ยอมรับว่าระดับความเชื่อมั่นและค่าความคลาดเคลื่อนของกลุ่มตัวอย่างเป็นเพียงกรอบกว้างๆ ในภาพรวมของการสำรวจเท่านั้น และไม่ควรนำมาตีความสะท้อนความแม่นยำในระดับรายหน่วยงาน ดังนั้น การที่ กกร. นำผลดังกล่าวมาสรุปต่อสาธารณชนว่า คพ. เป็นหน่วยงานที่เสนอการรับสินบนต่อครั้งเป็นอันดับที่ 1 ของประเทศ จึงถือเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการและผิดจรรยาบรรณของการศึกษาวิจัยอย่างร้ายแรง ส่งผลให้องค์กรได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง ข้าราชการและเจ้าหน้าที่สูญเสียขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน ท้ายที่สุดนี้ คพ. ขอแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนและผู้ประกอบการให้ระมัดระวังกลุ่มมิจฉาชีพที่อาจแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ คพ. หรือแอบอ้างผลตรวจวัดมลพิษเพื่อเรียกรับผลประโยชน์ หากพบพฤติกรรมน่าสงสัยสามารถแจ้งเหตุและร้องเรียนมายังช่องทางของกรมควบคุมมลพิษได้โดยตรง ทั้งทางออนไลน์ และทางไปรษณีย์ตลอดเวลา

Loading...
artwork-ads-ทุกความเสี่ยงภัย-2022---Banner800x450px


 พื้นที่โฆษณา

536787172603985922r5yr1268469613023

iTopPlus412899417381

494761908475002965194188979767

สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888

[[POS2]]
สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888