คปท. ยื่นหนังสือ จี้! ทบทวนพักโทษ "ทักษิณ"

คปท. บุกยื่นหนังสือถึงกระทรวงยุติธรรม จี้ทบทวนคุณสมบัติพักโทษ “ทักษิณ” ชี้ต้องนับโทษย้อนหลังตั้งแต่ 22 ส.ค. 66 ไม่ใช่ดูแค่จำคุกครบ 2 ใน 3 พร้อมตั้งข้อสงสัยการรักษาตัวนอกเรือนจำอาจผิดระเบียบราชทัณฑ์

วันที่ 22 ม.ค.2569 ที่ กระทรวงยุติธรรม ถ.แจ้งวัฒนะ กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นำโดย นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำกลุ่ม เดินทางมายื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ขอให้ทบทวนคุณสมบัติของ นายทักษิณ ชินวัตร กรณีการพิจารณาว่าเข้าหลักเกณฑ์การพักโทษหรือไม่

โดย นายพิชิต ระบุว่า การเดินทางมายื่นหนังสือครั้งนี้เป็นการใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญโดยสงบ ไม่มีอาวุธ และไม่มีเจตนาสร้างความวุ่นวาย พร้อมยืนยันความบริสุทธิ์ใจด้วยการยินดีแลกบัตรประชาชนและให้ตรวจค้นอาวุธ แต่ไม่เข้าใจเหตุผลที่เจ้าหน้าที่ปิดกั้นไม่ให้ประชาชนเข้าไปภายในกระทรวงยุติธรรม ทั้งที่เป็นการมายื่นหนังสือตามปกติ จึงตั้งคำถามว่ารัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่เกรงกลัวอะไร
เพราะมีกลุ่มมวลชน คปท. เพียงแค่ 20–30 คน จึงขอให้ส่งตัวแทนออกมารับหนังสือด้านนอก เพื่อความเรียบร้อยและความปลอดภัย พร้อมย้ำว่าที่ผ่านมากลุ่มเคยเข้ายื่นหนังสือหลายครั้ง ทั้งแบบมีเครื่องเสียงและแบบปกติ แต่ครั้งนี้กลับถูกปิดกั้นโดยไม่ทราบสาเหตุ
ต่อมาเวลา 10.10 น. ผู้แทนจากกระทรวงยุติธรรมได้ออกมารับหนังสือจากแกนนำ คปท. บริเวณด้านหน้ากระทรวงยุติธรรม และภายหลังการยื่นหนังสือ นายพิชิต ให้สัมภาษณ์ว่า ประเด็นหลักที่ต้องการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมพิจารณา คือ การพักโทษของนายทักษิณต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน ไม่ใช่ดูเพียงเงื่อนไขจำคุกครบ 2 ใน 3 จากคำสั่งศาลฎีกาเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 เท่านั้น แต่ต้องนับย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2566 ซึ่งเป็นวันที่มีหมายขังและเริ่มต้นสถานะผู้ต้องขังครัเงเเรก
พร้อมระบุว่า ในช่วงเวลาดังกล่าวนายทักษิณไม่ได้อยู่ในเรือนจำ แต่พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งเข้าข่ายการฝ่าฝืนระเบียบกรมราชทัณฑ์ โดยปกติผู้ต้องขังที่กระทำผิดระเบียบจะต้องถูกปรับลดชั้น และไม่เข้าเกณฑ์ได้รับการพักโทษใด ๆ ไม่สามารถขยับขึ้นเป็นนักโทษชั้นดีได้ ดังนั้นเงื่อนไขการพักโทษของนายทักษิณจึงไม่ครบถ้วน
และยังตั้งข้อสังเกตว่า หากมีการปรับชั้นโทษเพื่อเอื้อให้ได้รับการพักโทษ อาจเข้าข่ายการเอื้อประโยชน์ พร้อมเรียกร้องให้คณะกรรมการพิจารณาพักโทษและอธิบดีกรมราชทัณฑ์ชี้แจงต่อสังคมอย่างชัดเจน
ส่วนกรณีเงื่อนไขด้านอายุและการเจ็บป่วย
นายพิชิต ระบุว่า แม้นายทักษิณจะมีอายุเกิน 70 ปี แต่เงื่อนไขอื่นยังไม่เข้าเกณฑ์ และเคยมีการอ้างอาการป่วยจนไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้มาก่อน ซึ่งข้อเท็จจริงภายหลังไม่สอดคล้องกับคำอ้างดังกล่าว จึงเห็นว่าเป็นเงื่อนไขที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
นายพิชิต กล่าวย้ำว่า คปท.ไม่ได้คัดค้านการพักโทษ หากเป็นไปตามหลักเกณฑ์เดียวกับนักโทษทั่วไป แต่กรณีของนายทักษิณมีข้อสงสัยสำคัญ 2 ประเด็น คือ การกระทำผิดระหว่างต้องขัง และการปรับชั้นนักโทษ ซึ่งหากรัฐมนตรีสามารถชี้แจงได้อย่างโปร่งใส สังคมก็จะยอมรับได้
พร้อมกันนี้ยังเรียกร้องให้เร่งรัดการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีการพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ ชั้น 14 ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 โดยระบุว่า ป.ป.ช.รับปากว่าจะสรุปผลการไต่สวนภายใน 2–3 เดือน
สำหรับกระแสข่าวการพักโทษในช่วงใกล้การเลือกตั้ง นายพิชิต เห็นว่า การปล่อยข่าวก่อนหน้านี้อาจถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง และเรียกคะแนนสงสารให้กับนายทักษิณและพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้อง และไม่ได้ต่อต้านใครเป็นการส่วนตัว แต่ต้องการให้กระบวนการยุติธรรมเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา ไม่หลับตาข้างหนึ่ง และชี้แจงต่อสังคมให้ชัดเจน
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
