คปท.-กองทัพธรรม บุกสภาค้านนิรโทษกรรมสุดซอย หวั่นซ้ำรอยอดีต สอดไส้ ม.112-คอร์รัปชัน

วันที่ 9 ก.ค.68 กลุ่ม คปท. กองทัพธรรม และภาคีเครือข่าย บุกยื่นหนังสือคัดค้านร่างนิรโทษกรรมต่อสภา หวั่นนำความผิดร้ายแรงแอบแฝงเข้ามาในคราบคดีการเมือง ชี้นิรโทษกรรมควรจำกัดเฉพาะผู้ชุมนุมทางการเมืองตามสิทธิรัฐธรรมนูญ ไม่ครอบคลุมคดีคอร์รัปชัน ม.112 หรืออาญาร้ายแรง

ที่บริเวณรัฐสภากลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย(คปท.) กองทัพธรรมและศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน(ศปปส.) นำโดยนายพิชิตไชยมงคลนายนัสเซอร์ยีหมะดร.ใจเพชรกล้าจนและนายอานนท์กลิ่นแก้วรวมตัวเคลื่อนขบวนจากสะพานชมัยมรุเชฐมายังรัฐสภาเพื่อยื่นหนังสือแสดงจุดยืนคัดค้านร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมและร่างพ.ร.บ.ธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรหรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์โดยมีนายคัมภีร์ดิษฐากรณ์โฆษกประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้รับหนังสือ

นายพิชิตไชยมงคลระบุว่าเมื่อวานนี้คณะรัฐมนตรีจะมีมติถอนร่างกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ออกไปแล้วแต่ยังคงต้องจับตาความเคลื่อนไหวในอนาคตเพราะก่อนหน้านี้นายทักษิณชินวัตรอดีตนายกรัฐมนตรีเคยประกาศผลักดันเรื่องนี้ซึ่งอาจมีการนำกลับมาใหม่ได้

สำหรับร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในสมัยประชุมนี้กลุ่มผู้ชุมนุมระบุว่าเห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมเฉพาะผู้ที่ถูกดำเนินคดีจากการแสดงออกหรือเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างสงบตามสิทธิรัฐธรรมนูญอย่างไรก็ตามสิ่งที่กังวลคือความพยายามสอดแทรกคดีอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองเข้าไปด้วยเช่นคดีทุจริตมาตรา112 และคดีอาญาร้ายแรงซึ่งหากมีการผลักดันในลักษณะ“นิรโทษกรรมสุดซอย” ก็จะกลายเป็นชนวนความขัดแย้งรอบใหม่
ในหนังสือที่ยื่นต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กลุ่มผู้ชุมนุมขอคัดค้านการนิรโทษกรรมใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่:
1.คดีทุจริตคอร์รัปชันและการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
เพราะเป็นความผิดที่ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อชาติและประชาชน จึงไม่สมควรได้รับการนิรโทษกรรมหรือลดโทษใด ๆ
2.คดีมาตรา 112
ซึ่งถือเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงและสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ใช่คดีการเมืองตามที่นักการเมืองบางฝ่ายพยายามนำเสนอ ผู้กระทำความผิดควรขออภัยโทษตามกระบวนการส่วนบุคคล ไม่ใช่ได้รับนิรโทษกรรมเหมารวมจากกลไกทางการเมือง
3.คดีอาญาร้ายแรง
แม้เกิดจากบริบทการชุมนุม แต่หากเกี่ยวข้องกับการทำร้ายชีวิตหรือความมั่นคงของรัฐ ต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวด ไม่ควรถูกนิรโทษกรรม
กลุ่ม คปท. และภาคีเครือข่ายย้ำว่า การนิรโทษกรรมควรมีกรอบที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเมื่อปี 2556 ที่เคยมีความพยายามนิรโทษกรรมแบบสุดซอย จนกระทั่งนำไปสู่การชุมนุมใหญ่ทั่วประเทศ
ทั้งนี้ บริเวณหน้ารัฐสภาฝั่งสมาชิกผู้แทนราษฎร มีเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรอย่างใกล้ชิดตลอดช่วงการยื่นหนังสือ.



ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
