คณะทำงานรมว.อุตสาหกรรมตรวจสอบคุณภาพเหล็กที่เก็บมาจากอาคารถล่มรอผลแถลงต่อสื่อมวลชน

เมื่อวันที่ 31 มี.ค.68 นาย เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยคณะทำงานของกระทรวงลงพื้นที่จุดเกิดเหตุอาคารสำนักงานตรวจการแผ่นดิน (สตง.) ถล่มเนื่องจากเหตุแผ่นดินไหว พร้อมนำตัวอย่างเหล็กเส้นทั้ง 6 ประเภท ที่สุ่มเก็บออกไปตรวจสอบมาตรฐาน ทั้งเหล็กกลม และเหล็กข้ออ้อย

นาย เอกนัฏ เผยว่า จะนำตัวอย่างเหล็กทั้งหมดส่งทดสอบและตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ ของสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย โดยจะเร่งให้ผลตรวจออกมาโดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม สาเหตุของอาคารถล่มอาจมีหลายปัจจัยประกอบกัน ก่อนหน้านี้ เอกนัฏกล่าวว่า เมื่อได้เห็นโครงสร้างของเหล็กในวันนี้ “ก็อึ้งแล้ว” แต่อย่างไรก็ขอให้รอผลตรวจออกมาก่อน พร้อมยืนยันว่าตั้งแต่เข้ามาทำหน้าที่ในกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ดำเนินคดีไปกับหลายบริษัท ตนเองก็มีประสบการณ์มากพอสมควรที่จะตั้งข้อสงสัยได้ จึงขอให้สื่อมวลชนร่วมกันติดตามกระบวนการตรวจสอบ เพราะไม่อยากปรักปรำใครไปก่อน ที่ผ่านมาชุดสุดซอยได้ตรวจค้นปิดดำเนินคดีกับผู้ผลิตและจำหน่ายไปแล้ว 7 ราย มูลค่าของกลางประเมินอยู่ที่ 361 ล้าน มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจปีละเป็นพันล้าน

ไม่นับอันตรายที่เกิดขึ้นจากความสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เคสหนึ่ง ที่ตนไปปิดตั้งแต่ปีก่อน เป็นบริษัทต่างชาติ ทุนจดทะเบียนมหาศาล อิทธิพลเยอะ อายัดของกลาง เรียกผลิตภัณฑ์ตกคุณภาพคืนมาทั้งหมด และหยุดประกอบกิจการจนถึงวันนี้ ดำเนินคดีให้ถึงที่สุดไม่ให้มีการเปรียบเทียบปรับ มีตัวแทนจากสำนักงานอัยการ และสำนักงานตำรวจ มาร่วมกับทาง สมอ. “ส่วนตึก สตง.ที่ถล่มผมก็จะส่งทีมสุดซอยพร้อมเจ้าหน้าที่เข้าไปเก็บหลักฐาน หากพบว่ามีการใช้เหล็กหรือวัตถุก่อสร้างด้อยคุณภาพก็จะดำเนินการจัดการให้ถึงที่สุดเหมือนอย่างที่ผ่านมาแน่นอน” นายเอกนัฏ กล่าว

ต่อมา เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 31 มี.ค.68 ที่ สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมฯ พร้อมด้วย นายวิโรจน์ โรจน์วัฒนชัย ผู้อำนวยการสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย, นายณัฐพล สุทธิธรรม กรรมการกลางวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) และตัวแทนศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) ซึ่งเป็นหน่วยงานของ สวทช. เป็นตัวกลางและเป็นพยานในการทดสอบครั้งนี้ด้วย นำตัวอย่างเหล็กที่เก็บจากจุดเกิดเหตุมาตรวจสอบ ซึ่งการทดสอบครั้งนี้จะมีทั้งการทดสอบแบบตรวจค่าทางเคมี และค่าทางกล ซึ่งเหล็กชิ้นเล็ก จะนำไปตีให้แบนก่อน แล้วค่อยเอาไปตรวจแบบยิงค่าทางเคมี

โดยก่อนการทดสอบมี นายปรเมศวร์ ปาสิงห์ นักวิชาการมาตรฐานสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.) ซึ่งเป็นคนที่เข้าไปเก็บตัวอย่าง และลงลายเซ็นไว้รับรองไว้ทุกเส้น ได้อธิบายขนาดเหล็กเส้นที่ได้ไปเก็บตัวอย่างมาทดสอบ พบว่าทั้งหมดจำนวน 28 เส้น 7 ประเภท ซึ่งมาจาก 3 บริษัท (มีทั้ง บ.สัญชาติจีน, บ.ร่วมทุนไทย-จีน และ บ.สัญชาติอินเดีย) ประกอบด้วย
-เหล็กเส้นกลม 9 มิลลิเมตร จำนวน 2 เส้น
-เหล็กข้ออ้อย 12 มิลลิเมตร 3 เส้น
-เหล็กข้ออ้อย 16 มิลลิเมตร 3 เส้น
-เหล็กข้ออ้อย 20 มิลลิเมตร 6 เส้น
-เหล็กข้ออ้อย 25 มิลลิเมตร 2 เส้น
-เหล็กข้ออ้อย 32 มิลลิเมตร 7 เส้น (จาก 3 บริษัท)
-ลวดสลิง 15.2 มิลลิเมตร 5 เส้น

ทั้งนี้ จากการสังเกตพบว่าเหล็กเส้นบางเส้น ที่นำมาทดสอบ บางเส้นตรง, บางเส้นโก่งงอ และบางเส้นมีลักษณะคล้ายสนิมขึ้น
จากนั้นได้เริ่มนำเหล็กเส้น คือ เหล็กข้ออ้อย 16 มิลลิเมตร ไปตัดชิ้นส่วนที่ห้องตัดเหล็กสำหรับไซต์ 16 มิลลิเมตรขึ้นไป พอตัดเสร็จ นำชิ้นส่วนเหล็กดังกล่าวเข้าทดสอบในห้องแล็บ เพื่อตรวจส่วนประกอบทางเคมีของเหล็กว่ามีส่วนประกอบของธาตุใดบ้าง และมีค่าทางเคมีปริมาณเท่าไหร่ ซึ่งผลจะแสดงบนหน้าจอทันทีไม่ว่าจะเป็นค่า คาร์บอนฯ, โบรอน และซิลิคอน ซึ่งทั้ง 3 ค่านี้เป็นสิ่งสำคัญ

เมื่อตัดตัวอย่างเสร็จ เจ้าหน้าที่ได้นำชิ้นส่วนเหล็กเข้าเครื่องโดยใช้รังสียิงเข้าไปและสะท้อนออกมาเพื่อดูองค์ประกอบทางเคมีและธาตุซึ่งใช้เวลา 3-5 นาที เบื้องต้น ผลทางเคมีของเหล็กขนาด 16 มิลลิเมตร ปรากฏว่าพบ โบรอน 0.00047%, คาร์บอน 0.2255 % และซิลิคอน 0.065%

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่จะนำเหล็กเส้นมาวัดขนาดความยาว และชั่งน้ำหนัก ก่อนจะนำมาคำนวณค่ามวลต่อเมตรว่า เป็นไปตามมาตรฐานของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมหรือไม่
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทยอยนำเหล็กทุกขนาดไปตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็นเหล็กข้ออ้อยขนาด 20 มิลลิเมตร, ขนาด 25 มิลลิเมตร และขนาด 32 ตามลำดับ ซึ่งเหล็กที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ในครั้งนี้คือลวดสลิงเนื่องจากว่าเส้นเหล็กฉีกขาดหากค่าอาจ error ได้ โดยกระบวนการทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 3 ชม. ก่อนจะมาแถลงผลต่อสื่อมวลชน
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
