ขีดเส้นตาย 12 วัน! อัยการ-ตำรวจเมืองนนท์ สั่งส่งสำนวนก่อนครบฝากขัง

กระบวนการยุติธรรมเมืองนนท์ขยับจับมือวางมาตรการเข้ม! สำนักงานอัยการสูงสุดแท็กทีมตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี เปิดโต๊ะเจรจาผ่าทางตันปมส่งสำนวนคดีอืดอาด ยื่นคำขาดสั่งพนักงานสอบสวนต้องส่งสำนวนคดีอาญาก่อนครบกำหนดฝากขังไม่น้อยกว่า 12 วัน หรือ 1 ฝากขัง เพื่อบล็อกช่องโหว่ป้องกันผู้ต้องหาหลุดขังลอยนวล แฉพฤติกรรมเก่าชอบดึงเช็งส่งสำนวนกระชั้นชิดเหลือแค่ 1-2 วันจนฟ้องไม่ทันการณ์ พร้อมงัดไม้เด็ดตามแนวทางนโยบายใหม่อัยการสูงสุด ไฟเขียวให้อัยการเรียกสอบพยานและผู้เสียหายได้เอง หวังทลายกำแพงลดภาระงานสั่งสอบสวนเพิ่มเติม แย้มไอเดียตั้งกลุ่มไลน์ประสานงานสายฟ้าแลบทลายระบบราชการล่าช้าเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน
เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ที่ห้องประชุมงามวงศ์วาน ชั้น 3 อาคารศาลากลางจังหวัดนนทบุรี อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ได้เดินทางมาเป็นประธานในการประชุมหารือข้อราชการระดับสูง เพื่อแสวงหาความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสำนักงานอัยการสูงสุดและกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี โดยมี นางสาวอัจฉรา ศรีฉ่ำ อัยการจังหวัดนนทบุรี และนายเทพประทานพร ทองคลัง อัยการจังหวัดคดีศาลแขวงนนทบุรี พร้อมคณะทำงาน ร่วมประชุมหารือกับ พลตำรวจตรีเดชรพี คงดี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี (ผบก.ภ.จว.นนทบุรี) และผู้กำกับการในสังกัดสถานีตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรีทุกแห่ง ซึ่งการประชุมดังกล่าวได้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อวางระบบการทำงานด้านกระบวนการยุติธรรมร่วมกัน

วาระสำคัญเร่งด่วนในที่ประชุมคือสำนักงานอัยการในจังหวัดนนทบุรีได้ขอความร่วมมืออย่างเด็ดขาด ให้ผู้บังคับการและผู้กำกับการสถานีตำรวจ ดำเนินการกำชับและเร่งรัดให้พนักงานสอบสวนในสังกัด ส่งสำนวนการสอบสวนคดีอาญาให้กับสำนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรีและสำนักงานอัยการคดีศาลแขวงนนทบุรีโดยเร็วที่สุด โดยต้องเหลือระยะเวลาให้พนักงานอัยการตรวจสอบความเรียบร้อยของพยานหลักฐานอย่างน้อย 1 ฝากขัง หรือคิดเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 12 วัน ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงร่วมกันระหว่างสำนักงานอัยการสูงสุดกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เนื่องจากที่ผ่านมาตรวจพบสถิติว่าพนักงานสอบสวนมักส่งสำนวนล่าช้า บางคดีส่งก่อนครบกำหนดฝากขังครั้งสุดท้ายเพียง 1-2 วัน หรือบางสำนวนปล่อยให้ครบกำหนดฝากขังไปแล้ว จนส่งผลให้ไม่สามารถสั่งฟ้องและควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ทันเวลา ทำให้ที่ผ่านมาอัยการต้องใช้ดุลพินิจรับสำนวนไว้พิจารณาก่อนเพื่อป้องกันความเสียหายต่อราชการ

นอกจากนี้ เพื่อลดความล่าช้าในกระบวนการยุติธรรมและลดภาระงานของพนักงานสอบสวน สำนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรีได้นำแนวนโยบายใหม่ของอัยการสูงสุดมาปฏิบัติใช้ โดยพนักงานอัยการสามารถใช้อำนาจเรียกผู้เสียหายหรือพยานบุคคลมาซักถามข้อเท็จจริงในคดีได้โดยตรงในชั้นสอบสวน เพื่อนำข้อมูลไปใช้สืบพยานในชั้นศาล ซึ่งวิธีนี้จะช่วยตัดขั้นตอนการสั่งสอบสวนเพิ่มเติมที่สร้างความยุ่งยากและเป็นภาระสำนวนค้างของฝั่งตำรวจ ขณะเดียวกันหากพนักงานสอบสวนมีข้อสงสัยในการรวบรวมพยานหลักฐาน โดยเฉพาะคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือคดีฟอกเงินที่มีความซับซ้อน ทางอัยการยินดีให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด ด้านนายเชษฐา ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ได้เสนอแนะให้ตั้งกลุ่มไลน์ประสานงานระหว่างอัยการและผู้กำกับการแต่ละสถานี เพื่อตัดวงจรธุรการทางเอกสารที่ล่าช้าและแก้ข้อขัดข้องได้ทันท่วงที ซึ่งบรรยากาศการประชุมเป็นไปด้วยไมตรีจิตและมีมติตั้งคณะทำงานร่วมกันเพื่อยกระดับการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนต่อไป
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
