กางหลักฐานสัญญาลายลักษณ์อักษร! KCG จี้บริษัทจีนเคลียร์หนี้ 12.4 ล้าน อู่เรือดำน้ำ

บริษัท KCG นำโดยแกนนำตัวแทนและกลุ่มพนักงาน หอบหลักฐานบุกยื่นหนังสือร้องเรียนต่อปลัดอำเภอสัตหีบ ทวงถามเงินงวดสุดท้ายกว่า 12 ล้านบาท หลังร่วมก่อสร้างอู่ซ่อมเรือดำน้ำของกองทัพเรือไทย แฉยักษ์ใหญ่ระดับสากลอย่าง CRCC เบี้ยวสัญญาลายลักษณ์อักษร ชำระเงินงวด 3 ไม่ครบตามดีล แถมเบี้ยวซ้ำคำมั่นเคลียร์หลังตรุษจีนล่วงเลยนานกว่า 3 เดือนจนทำระบอบซัพพลายเออร์และพนักงานเดือดร้อนหนัก ยันไม่ได้หวังสร้างความขัดแย้งแต่ขอความเป็นธรรม จี้จ่ายด่วนหรือออกใบผูกพันทางกฎหมายชัดเจน พร้อมกางสเตตเมนต์แฉผ่านสื่อ
(26 พฤษภาคม 2569) – ที่ทำการอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี นายภาณุพงศ์ วิชัย แกนนำตัวแทนบริษัท KCG พร้อมด้วยกลุ่มตัวแทนพนักงานจำนวนหนึ่ง ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนและติดตามทวงถามความคืบหน้าเงินค้างชำระค่าก่อสร้างในอภิมหาโปรเจกต์ โครงการก่อสร้างอู่ซ่อมเรือดำน้ำ ของกองทัพเรือไทย จาก บริษัท CRCC Harbour & Channel Engineering Bureau Group ซึ่งเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ โดยมี นายนิเวศน์ พึ่งกุศล ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง อำเภอสัตหีบ เป็นผู้แทนรับมอบหนังสือและร่วมรับฟังปัญหาข้อเท็จจริง

นายภาณุพงศ์ เปิดเผยว่า บริษัท KCG ได้เข้าร่วมเป็นผู้รับเหมาช่วงดำเนินงานในโครงการก่อสร้างอู่ซ่อมเรือดำน้ำดังกล่าว และหลังจากเสร็จสิ้นการดำเนินงาน ทางฝ่ายโครงการของ บริษัท CRCC Harbour & Channel Engineering Bureau Group ได้มีการลงนามและประทับตราอย่างเป็นทางการในหนังสือยืนยันการชำระเงิน ลงวันที่ 19 สิงหาคม 2568 โดยเอกสารระบุชัดเจนว่าทาง CRCC ยืนยันจะชำระเงินส่วนคงค้างให้แก่บริษัท KCG แบ่งเป็น 3 งวด รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 78,926,417.40 บาท (หลังหักเงินประกันคุณภาพแล้ว) ซึ่งในงวดที่ 1 จำนวน 30 ล้านบาท และงวดที่ 2 จำนวน 25 ล้านบาท ได้มีการจ่ายเงินโอนตามระบบเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว
ทว่า ปัญหาความขัดแย้งเกิดขึ้นในเงินงวดที่ 3 จำนวน 23,926,417.40 บาท ซึ่งมีกำหนดดีดชำระภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 แต่ทาง CRCC กลับโอนชำระมาเพียง 11,496,920.59 บาท ส่งผลให้มียอดค้างชำระคงเหลืออยู่อีกจำนวน 12,429,496.81 บาท ซ้ำร้ายก่อนหน้านี้ทาง CRCC ได้ให้คำมั่นสัญญาเพิ่มเติมว่าจะเร่งเคลียร์ยอดเงินที่เหลือให้ทันทีหลังเทศกาลตรุษจีนและไม่เกินสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา แต่จนถึงปัจจุบันเวลาล่วงเลยมานานร่วม 3 เดือน กลับยังไม่มีการชำระเงินจริงและไม่มีการออกหนังสือชี้แจงลายลักษณ์อักษรใด ๆ

แกนนำตัวแทนบริษัท KCG ระบุต่อไปว่า สิ่งที่ทางบริษัทวิตกกังวลมากที่สุดคือเรื่องของสัจจะและความน่าเชื่อถือของคำมั่นสัญญาในฐานะบริษัทขนาดใหญ่ระดับสากล ซึ่งควรปฏิบัติตามเอกสารที่มีตราประทับผูกพันทางกฎหมาย การค้างชำระเงินกว่า 12 ล้านบาทนี้ ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่รุนแรงต่อกระแสเงินสดของบริษัท จนขาดสภาพคล่องในการไปชำระเงินให้กลุ่มซัพพลายเออร์ และกระทบต่อเงินเดือนรวมถึงสวัสดิภาพของพนักงานที่เหน็ดเหนื่อยในโครงการ ทั้งนี้ ยืนยันว่าการออกมายื่นหนังสือครั้งนี้ไม่ได้ต้องการสร้างความขัดแย้งหรือทำลายชื่อเสียงใคร แต่เป็นการเรียกร้องความเป็นธรรมตามสิทธิ์ โดยมีข้อเรียกร้องให้ชำระเงินส่วนที่เหลือโดยเร็วที่สุด หรือหากยังติดขัดก็ต้องออกหนังสือการันตีวันจ่ายเงินที่ชัดเจนผูกพันทางกฎหมาย พร้อมทั้งยืนยันว่าบริษัทมีหลักฐานสัญญาทั้งหมดและพร้อมเปิดเผยต่อสื่อมวลชนเพื่อความโปร่งใสต่อไป
รายงานข่าวโดย สมนึก กรมภักดิ์/ระยอง
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
