ข่าวเจาะลึก1(33)
ข่าวเจาะลึก 1 (33)

กางข้อกฎหมายเจาะคดีใหญ่สะเทือนวงการสงฆ์! เปิดอัตราโทษหนักตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ร.บ.คณะสงฆ์ และ พ.ร.บ.ฟอกเงิน คดี "อดีตหลวงพ่อโชติ" อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ถูกออกหมายจับยักยอกเงินวัด 92 ล้านบาท ชี้ชัดพระภิกษุมีฐานะเป็น "เจ้าพนักงาน" หากเบียดบังทรัพย์มีโทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต! ขณะที่ "สีกาคนสนิท" ส่อโดนหนักทั้งบทบาทผู้สนับสนุนและตัวการร่วมฟอกเงิน ย้ำชัดทุกข้อหาต้องรอศาลพิพากษาตามพยานหลักฐาน

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีประเด็นข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคม สำหรับคดีของ อดีตพระวชิรญาณ วิ. (อติโชติ ธมฺมวโร) หรือ “อดีตหลวงพ่อโชติ” อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย น.ส.ปุณยวีร์ รุ่งเรือง อายุ 47 ปี สีกาคนสนิท ซึ่งถูกศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 ออกหมายจับในข้อหาเบียดบังทรัพย์สินของวัดและร่วมกันฟอกเงิน มูลค่าความเสียหายกว่า 92 ล้านบาทนั้น ในทางกฎหมายจำเป็นต้องพิจารณาอัตราโทษและข้อหาตามพฤติการณ์และบทบาทของแต่ละบุคคลอย่างละเอียด ซึ่งขณะนี้ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด ยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดจากศาล

1789028957166

ในส่วนของ อดีตหลวงพ่อโชติ นั้น ตามกฎหมายพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 มาตรา 45 กำหนดให้พระภิกษุมีฐานะเป็น "เจ้าพนักงาน" ตามประมวลกฎหมายอาญา ดังนั้น หากพยานหลักฐานรับฟังได้ว่ามีหน้าที่จัดการหรือรักษาทรัพย์สินของวัด แล้วเบียดบังทรัพย์นั้นไปเป็นของตนเองหรือผู้อื่นโดยทุจริต จะเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึง 20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 100,000 บาท ถึง 400,000 บาท นอกจากนี้ หากมีพฤติการณ์ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริต จะมีความผิดตามมาตรา 157 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

753787

สำหรับข้อหาเกี่ยวกับการฟอกเงิน หากทรัพย์สินหรือเงินดังกล่าวมีที่มาจากความผิดมูลฐาน และมีการโอน รับโอน หรือเปลี่ยนสภาพเพื่อซุกซ่อนปกปิดแหล่งที่มา จะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 5 และมาตรา 60 มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากเป็นการตกลงกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิด จะมีความผิดฐาน สมคบกันฟอกเงิน ตามมาตรา 9 อีกด้วย

S__20209691_0

ขณะที่ น.ส.ปุณยวีร์ สีกาคนสนิท ซึ่งถูกออกหมายจับในฐานะ "ผู้สนับสนุน" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 จะต้องรับโทษสองในสามส่วนของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดที่ให้การสนับสนุน (เช่น ความผิดตามมาตรา 147 หรือ 157) แต่ในส่วนของความผิดฐานฟอกเงิน หากผลการสอบสวนและพยานหลักฐานชี้ชัดว่า มีส่วนร่วมในการโอนหรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินกับผู้ต้องหาหลัก อาจถูกปรับบทลงโทษในฐานะ "ตัวการร่วม" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ซึ่งส่งผลให้ต้องรับโทษเท่ากับตัวการหลักเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ดี อัตราโทษดังกล่าวเป็นเพียงกรอบโทษสูงสุดและขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งการลงโทษและจำนวนโทษสุดท้ายจะขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และการพิจารณาคำพิพากษาของศาลในท้ายที่สุด

Loading...
artwork-ads-ทุกความเสี่ยงภัย-2022---Banner800x450px


 พื้นที่โฆษณา

536787172603985922r5yr1268469613023

iTopPlus412899417381

494761908475002965194188979767

สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888

[[POS2]]
สนใจลงโฆษณา
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 
092-153-8888