กองปราบฯ จ่อฟัน "อนาจาร-ฉ้อโกง" สัปเหร่อหื่น แฉพฤติกรรมโรคจิต แอบอ้างเบื้องสูง

ผบก.ป. สั่งลุยคดีสัปเหร่อหื่น! จ่อฟันข้อหาหนัก “อนาจาร-ฉ้อโกง” เตรียมเรียกสอบ 5 เหยื่อสาวเพิ่ม
กองปราบปรามเดินหน้าล่าตัวสัปเหร่อชื่อดัง หลัง "หมอปลา" พาเหยื่อร้องถูกหลอกทำพิธีถอนของแต่กลับโดนอนาจาร-รีดเงิน ด้าน "บิ๊กเต่า" ชี้พฤติกรรมเข้าข่ายโรคจิต แอบอ้างเบื้องสูงและผู้ใหญ่ให้คนเกรงใจ สั่งขยายผลหาผู้เสียหายเพิ่มทั่วประเทศ
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 13 ก.พ. 2569 ณ ห้องประชุม ชั้น 2 อาคารประชาอารักษ์ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ (บิ๊กกอล์ฟ) ผบก.ป. เปิดเผยความคืบหน้ากรณีที่ นายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือ “หมอปลา” นำกลุ่มผู้เสียหายเข้าพบ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เพื่อร้องเรียนพฤติกรรมของสัปเหร่อรายหนึ่งที่ล่อลวงหญิงสาวไปกระทำอนาจารโดยอ้างพิธีกรรมทางไสยศาสตร์

พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ ระบุว่า จากการตรวจสอบล่าสุดพบว่ามีผู้เสียหายที่ได้รับความเดือดร้อนยืนยันตัวตนแล้วทั้งหมด 7 ราย โดยพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. ได้ดำเนินการสอบปากคำอย่างละเอียดไปแล้ว 2 ราย และกำลังอยู่ในขั้นตอนการออกหมายเรียกเหยื่ออีก 5 รายที่เหลือเข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อประกอบสำนวนคดีให้รัดกุมที่สุด
จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า สัปเหร่อผู้ก่อเหตุมีพฤติกรรมใช้ความเชื่อเรื่องคุณไสยมาล่อลวงเหยื่อ โดยอ้างว่าต้องทำพิธีถอนของด้วยการสอดใส่สิ่งที่เรียกว่า "ลูกกาเลาะ" เข้าไปในร่างกายของเหยื่อเพื่อเป็นการแก้เคล็ด นอกจากนี้ยังใช้มีดเจ็ดป่าช้าข่มขู่ไม่ให้เหยื่อขัดขืน พร้อมทั้งเรียกเก็บ "ค่าครู" และหลอกให้บริจาคเงินทำบุญโลงศพและผ้าขาวห่อศพอีกจำนวนมาก
ในส่วนของการดำเนินคดี เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ตั้งข้อหา "กระทำอนาจาร" ไว้ก่อน ส่วนข้อหาอื่นๆ เช่น "ฉ้อโกงประชาชน" และความผิดเกี่ยวกับการแอบอ้างบุคคลสำคัญ อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน หากพบว่ามีการกระทำผิดชัดเจนจะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมทันที โดยทางกองปราบฯ ได้จัดตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวนขึ้นมารับผิดชอบโดยตรงเพื่อเร่งรัดคดี

ด้าน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว (บิ๊กเต่า) กล่าวเสริมว่า พฤติกรรมของสัปเหร่อรายนี้ไม่ใช่เรื่องความเชื่อทางไสยศาสตร์ แต่เป็นการกระทำที่เข้าข่ายผู้ที่มีอาการทางจิตและเป็นอาชญากรที่ฉวยโอกาสบนความทุกข์ของผู้อื่น มีการแอบอ้างชื่อผู้ใหญ่ในวงการตำรวจและเบื้องสูงเพื่อให้เหยื่อเกิดความยำเกรง ซึ่งขอยืนยันว่าจะดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมาและถึงที่สุด
ขณะที่หนึ่งในผู้เสียหาย หรือ “ครูน้ำ” เปิดเผยความรู้สึกหลังเข้าให้ปากคำว่า หลังจากเรื่องราวถูกเผยแพร่ออกไป มีทั้งคนส่งกำลังใจและคนเข้ามากระแนะกระแหนว่าหลงเชื่อได้อย่างไร ซึ่งตนมองว่าในขณะนั้นตนกำลังทุกข์ใจและต้องการที่พึ่งทางใจจึงตกเป็นเหยื่อ พร้อมกล่าวทิ้งท้ายด้วยอารมณ์ขันว่า “ตอนนี้ครูกลายเป็นผู้ประสบภัยไปเรียบร้อยแล้ว” และอยากให้กรณีของตนเป็นอุทาหรณ์แก่สังคม
กองปราบปรามจึงขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนท่านใดที่เคยถูกสัปเหร่อรายนี้กระทำในลักษณะเดียวกัน สามารถเข้าแจ้งความหรือให้เบาะแสได้ที่กองบังคับการปราบปรามตลอด 24 ชั่วโมง
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
