กองปราบรวบหลานตัวแสบ ขโมยทองป้า 3 แสน อ้างตกงานไร้เงินใช้

เลี้ยงเสียข้าวสุก! กองปราบจู่โจมบุกกรุงเก่า ล็อกตัว "หลานตัวแสบ" คาบ้านพักอำเภอเสนา หลังย่องเงียบฉวยโอกาสป้าไม่อยู่บ้าน ฉกทองรูปพรรณ-พระเลี่ยมทอง-เลสพระ พ่วงเงินสดกวาดเรียบกว่า 3 แสนบาท แฉประวัติสุดแสบได้ประกันตัวชั้นพนักงานสอบสวนแล้วเบี้ยวหนีหมายจับศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จนมุมคาสายสืบ กก.1 สารภาพถังแตกตกงานไม่มีเงินใช้ประจำวัน
เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป. และ พ.ต.ท.เดชวุฒิ อุตรศาสตร์ สว.กก.1 บก.ป. นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการกองกำกับการ 1 บก.ป. (กองปราบปราม) นำหมายจับศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เข้าทำการจับกุมตัว นายสุทธิพงษ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับที่ 238/2569 ลงวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ในฐานความผิด “ลักทรัพย์ในเคหสถานโดยผ่านสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์สิน หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใด ๆ” โดยจับกุมได้ที่บริเวณหน้าบ้านพักไม่มีเลขที่แห่งหนึ่ง ในพื้นที่ตำบลเสนา อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ปฏิบัติการรวบหนอนบ่อนไส้ในครอบครัวครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2568 นางบุญสม (สงวนนามสกุล) อายุ 60 ปี ผู้เสียหาย ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีอาญาขั้นเด็ดขาดกับ นายสุทธิพงษ์ ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานชายแท้ ๆ หลังแอบขโมยทรัพย์สินมีค่าภายในบ้านพักไปหลายรายการ ประกอบด้วย สร้อยคอทองคำน้ำหนัก 2 บาท จำนวน 2 เส้น, เลสพระหลวงพ่อรวย 2 เส้น, พระเครื่องเลี่ยมทองคำแท้ 6 องค์ และเงินสดจำนวนประมาณ 17,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 300,000 บาท ทว่าหลังจากผู้ต้องหาถูกจับกุมครั้งแรกและได้ยื่นสิทธิ์ประกันตัว กลับมีพฤติการณ์หลบหนีไม่มาตามนัด ศาลจึงออกหมายจับค้างเก่าไว้
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.1 บก.ป. ได้ทำการสืบสวนเชิงลึกจากฐานข้อมูลดิจิทัลและสายข่าวในพื้นที่ จนสืบทราบพิกัดว่า นายสุทธิพงษ์ ได้ย่องกลับมากบดานและกักตัวเงียบอยู่ที่บ้านพักในอำเภอเสนา จึงนำกำลังเข้าปิดล้อมและแสดงตัวพร้อมหมายจับกุมตัวได้ในที่สุด
จากการสอบสวนในชั้นจับกุม นายสุทธิพงษ์ ยอมจำนนต่อหลักฐานและให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยยอมรับว่า ตนเองเป็นคนลงมือย่องขโมยทรัพย์สินของป้าแท้ ๆ ไปจริง โดยอาศัยช่วงเวลาที่ป้าเดินทางออกไปนอกบ้านและไม่มีใครอยู่เฝ้า แอบงัดสิ่งกีดกั้นเข้าไปกวาดทองคำและพระเครื่องทั้งหมดนำไปขายทอดตลาดมืด ชนวนเหตุเพราะตนเองตกงานมานาน ไม่มีรายได้ และต้องการนำเงินสดไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวส่งศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อส่งฟ้องและดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
ติดต่อ Kaojorleuk@gmail.com
ติดต่อ 092-153-8888
